Shichi Japanese Food Village เป็น village ที่อยู่ในหมู่บ้าน lakeside villa ย่านบางนา ใกล้ๆ กับเมกะบางนา ด้านในเป็นร้านอาหารทั้งหมด 4 โซน ตกแต่งสวยงามมาก เรียกว่ามาเดินถ่ายรูปก็คุ้มแล้ว

ถ้าเข้ามาที่หมูบ้าน lakeside villa ให้มองทางขวาจะพบกับเป็ดยักษ์ลอยน้ำอยู่ครับ สามารถเลี้ยวเข้ามาได้เลย มีที่จอดรถด้านใน

 

โซนทางเดินครับ แนะนำให้เคลียร์เมมกล้องกันเอาไว้ด้วย ถ่ายเพลินแน่นอน

 

ให้สังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของที่นี่ด้วยนะครับ อย่างฝาท่อเค้าก็ตกแต่งคล้ายกับที่ญี่ปุ่นเลย น่ารักดี

 

โซนสำหรับนั่งรอด้านหน้า ผมชอบตรงนี้มาก สวยดี


1. Teppanyaki

เทปันยากิของที่ร้าน Shichi เค้าจะมีให้เลือกแบบเป็นคอร์สที่เค้าจัดเมนูไว้ให้แล้ว และแบบ A la carte เมนูแนะนำ 6 รายการ จากวัตถุดิบ กุ้ง , เนื้อวากิว, แซลมอน, หอยเชลล์,  ไก่ และหมูคุโรบุตะ จะเป็นสไตล์พรีเมี่ยม ใช้วัตถุดิบดีๆ เลยนะ

shichi-teppanyaki-3
shichi-teppanyaki-5
shichi-teppanyaki-4

ตรงทางเข้าร้านมีป้ายที่เหมือนเป็น Certificate ว่าใช้เนื้อวากิวคาโกชิม่าด้วย

 

สำหรับเชฟที่จัดการเรื่องเมนูเทปัน ถ้าใครที่เป็นแฟนรายการ Iron Chef Thailand จะต้องคุ้นเคยแน่นอน เค้าคือเชฟตุ้ยผู้ชนะศึก Iron Chef Thailand นั่นเองงงงง เชฟน่ารักมากกกก กรี๊ดดด

 

โซนเทปันเราก็จะนั่งล้อมรอบเตาเทปันแบบนี้เลย เชฟก็จะอยู่ตรงกลาง เราก็จะได้เห็นลีลาของเชฟในการปรุงอาหาร

ซึ่งสไตล์เทปันร้านหรูๆ เชฟเค้าก็จะมีการโชว์ลีลาให้ลูกค้าได้ชมเพลินๆ ครับ ควงตะหลิวบ้าง โยนไข่บ้าง เอ็นเตอร์เทนลูกค้ากันไป สนุกมาก มีหลายอย่าง แต่ไม่อยากสปอยล์เยอะ แนะนำให้ไปลองเองครับ อิอิ

Tiger Prawn 3 pcs  (1,250 บาท)

เมนูแรกเป็นกุ้งลายเสือเทปันเนยกระเทียม เป็นกุ้งขนาดกำลังดี 3 ตัว เชฟก็จะโชว์ลีลาการปรุง ไฟลุกท่วมเลยครับ แนะนำให้ทุกท่านเตรียมกล้องเตรียมโทรศัพท์เล็งกันไว้ให้ดีๆ ทุกอย่างจะมีความอลังการ

shichi-teppanyaki-11
shichi-teppanyaki-14

ตอนที่เชฟทำแอบกังวลว่ากุ้งจะสุกเกินไปไหม เพราะอยู่บนกระทะเทปันค่อนข้างนาน แต่ตอนทานพบว่าเนื้อกุ้งมันดีย์มากกกก สุกกำลังดี เนื้อนุ่มเด้ง กรอบนิดๆ หอมเนยกระเทียมเข้ากันมาก

Norwegian Salmon 180g. (750 บาท)

แซลมอนนอร์เวย์กริลล์แบบเนื้อข้างนอกสุก ข้างในสีส้มเข้มกึ่งสุก ส่วนหนังเค้าจะกริลล์จนกรอบ เรียกว่าหนึ่งชิ้นจะมี 3 เทกเจอร์

 

เนื้อแซลมอนดีงามตามมาตรฐาน แต่ผมค่อนข้างเซอร์ไพรส์ในส่วนของซอสด้านบนมากครับ เป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดที่นำมาทำในลักษณะครีมซอส ดีมากกกก รสจะค่อนข้างกลม ไม่จัดมาก แต่ก็ได้กลิ่นหอมและความเผ็ดแบบน้ำจิ้มซีฟู้ดเบาๆ ซึ่งจะมีความครีมมี่ด้วย เด็ดเลย

Hotate 1 shell  (750 บาท)

เมนูโฮตาเตะหรือหอยเชลล์ญี่ปุ่นตัวอวบกริลล์กับเนย หอมมากกกกกก

 

เสิร์ฟสวยมากกกกก สีฟ้าๆ ที่เห็นเหมือนจะตกแต่งให้เป็นโขดหินบนทะเลนั่นเอง (ซึ่งส่วนนี้ทานไม่ได้นะครับ)

Chicken สะโพกไก่ (350 บาท)

เมนูสะโพกไก่ เป็นเมนูที่ทานง่ายดี และไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แต่ทำออกมาค่อนข้างดีเกินคาด หนังกรอบอร่อย เนื้อชุ่มและนุ่ม ตัวซอสเทอริยากิที่ร้านทั่วไปจะค่อนข้างข้นและรสจัด แต่อันนี้ค่อนข้างใสกว่า รสไม่เข้มมาก ซึ่งผมชอบแบบนี้นะ รสไม่หนักดี

Kurobuta 200g.  (650 บาท)

หมูคุโรบูตะส่วนสันนอกติดกระดูก อันนี้ก็ถือว่าอร่อยดี เนื้อนุ่มดีงาม แต่ก็ไม่ได้มีอะไรเซอร์ไพรส์มากเทียบกับเมนูรุ่นพี่ที่ผ่านมาด้านบน

Kagoshima Wagyu Striploin A4  200g. (2,250 บาท)

มาแล้วครับทีเด็ดวันนี้ เนื้อคาโกชิม่าวากิว Primal cut ไขมันแทรกระดับ A4 ลายไขมันสุดมากกกก แต่ราคาก็เอาเรื่องเช่นกัน ขณะที่เชฟกริลล์ก็จินตนาการถึงความนุ่มและรสชาติรอเลยครับ

โดยเค้าจะตัดส่วนไขมันด้านนอกออกรอไว้ เพื่อนำไปผัดกับข้าวผัดในส่วนถัดไปครับ

shichi-teppanyaki-24
shichi-teppanyaki-25

นี่เลยครับ กัดเข้าไปเพื่อพบกับความนุ่มมม ละลายยยย เนื้อค่อนข้างฉ่ำมาก แบบมากกก กลิ่นหอมไขมันชัดเจนเลย ดีงามตามวัตถุดิบ

 

เมนูข้าวผัดปิดท้าย มีการโยนไข่โชว์ด้วย ถ่ายจนเมมกล้องจะเต็มแล้วคร๊าบบบบบบบ

 

เชฟผัดข้าวโดยใช้มันจากเนื้อวากิวเมื่อสักครู่นั่นเอง ซึ่งทำให้ข้าวผัดหอมม๊ากกกกกกกกกกก

shichi-teppanyaki-33
shichi-teppanyaki-34

อิ่มกำลังดี เรียกว่าเป็นการจบมื้อด้วยเมนูข้าวอย่างสวยงามครับ


2. Omakase Course 

Omakase ของที่นี่จะไม่ได้เป็นแนวญี่ปุ่นแบบ traditional จ๋ามาก แต่จะเป็นเมนูที่ใส่ความฟิวชั่นลงไปเล็กน้อย ให้มีความทันสมัย และรสชาติแบบสมัยนิยมมากขึ้น คือเป็นความกึ่งกลางระหว่างความดั้งเดิมและความฟิวชั่น

 

เนื้อปลาของเค้าจะส่งตรงจากตลาดโทโยสุจากประเทศญี่ปุ่น โดยแต่ละรอบจะมีวัตถุดิบที่แตกต่างกันออกไป และถ้ามาซ้ำในซีซั่นอื่นที่เคยมา ก็จะได้คอร์สที่ต่างกันไปเลย เพราะวัตถุดิบเจ๋งๆ ในแต่ฤดูจะไม่เหมือนกันนั่นเอง

Omakase Course จะมีรอบและราคาดังนี้

  • รอบกลางวัน 12.00-14.00 น. ราคาเริ่มต้น 2,900++ , 4,900++ และ 6,900++
  • รอบเย็น 18.00-20.00 น. และ 20.00-22.00 น. ราคาเริ่มต้น 4,900++  และ 6,900++

และตอนนี้เค้ามีโปรโมชั่น Omakase course มาพร้อมกัน 5 คอร์ส จ่ายในราคา 4 คอร์ส (ในราคาคอร์สที่เท่ากัน) คือ 5 แถม 1 นั่นเอง มากันเป็นครอบครัว คุ้มๆ

 

เชฟแนะนำตู้เย็นด้วยครับ อันนี้เป็นตู้เย็นพิเศษสำหรับแช่ปลาก่อนนำมาเสิร์ฟโดยเฉพาะ ซึ่งสามารถควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้เหมาะสมกับวัตถุดิบได้

 

อันนี้ที่มาทานเป็นคอร์ส 2,900++ ครับ มาเริ่มกันเลย!!

Hotate Tosatsu

 

เมนูแรกเปิดลิ้นด้วยเมนูที่หน้าตาเหมือนรังนก ตรงกลางจะมีไข่ไก่ที่ด้านในเป็น สแกลล็อปย่าง ด้านบนเป็นเจลลี่ tosatsu รสชาติออกเปรี้ยวนำ หวานปิดท้าย ด้านล่างเป็นซอสโยเกิร์ตผสมกับไข่แดง เชฟแนะนำให้ทานพร้อมกันในคำเดียวเลย

 

จะได้รสเปรี้ยวจากซอสและเจลลี่ ไข่แดงจะมันๆ เล็กน้อย ออกแนวสดชื่น เรียกน้ำย่อยดี

Smoke Kanoachi 

เสิร์ฟมา 3 ชิ้น 3 ส่วน ปลาชนิดนี้รสชาติและกลิ่นจะออกแนวฮามาจิ คล้ายกันมากเลย แต่เทกเจอร์เนื้อจะค่อนข้างกรอบ ก่อนเสิร์ฟเชฟเค้าจะนำปลาไปสโมคกับถ่านไม้แอปเปิ้ล เพื่อให้ได้กลิ่นหอมทั้งตอนเริ่มทานและตอนที่ปลาอยู่ในปาก

Uni Junsai 

จุนไซ หรือยอดบัวญี่ปุ่น ท็อปด้วยไข่หอยเม่น และซอสพอนสึ เสิร์ฟมาในลักษณะแก้วช็อต ให้เอาตะเกียบคนๆๆ แล้วทานในหนึ่งคำ

Mako karei

ซูชิเริ่มจากเมนูปลาเนื้อขาวครับ เป็นคะเร เนื้อปลาออกแนวหวานนุ่ม รสไม่จัดมาก ข้าวของที่นี่เม็ดกำลังสวย ร่วนกำลังดี แต่รสชาติของข้าวจะออกเข้มจัดสักหน่อยครับ

Kinmadai

ปลาคินเมได นำไป aging ด้วยสาหร่ายคอมบุ เนื้อนุ่ม กระชับ มีกลิ่นหอมสาหร่ายคอมบุในปากนิดๆ

Shima Aji

ปลาเนื้อขาวที่มีความอร่อยจากความมัน ความหอม และความกรอบของเนื้อปลา

Botan Ebi

เริ่มเข้าสู่คอร์สซูชิที่มีรสหนักขึ้นเรื่อยๆ แล้วครับ โบตันเอบิ เนื้อจะกรอบเป็นจุดเด่น และมีรสชาติหวาน

Akami

เนื้ออากามิ จากบลูฟินทูน่าส่วนเนื้อแดง นำไป aging กับโชยุให้ได้รสชาติ ก่อนเสิร์ฟจะท็อปด้านบนเนื้อปลาด้วยการขูดเปลือกผิวส้มยูสุลงไปเล็กน้อยเพิ่มความหอม

Chutoro 

เนื้อปลาบลูฟินทูน่าในส่วนถัดมาที่มีไขมันแทรกปานกลาง มีความนุ่มและฉ่ำจากไขมัน แต่ก็ยังมีรสชาติของอากามิอยู่ส่วนหนึ่ง

Otoro 

บลูฟินทูน่าส่วนเนื้อที่มีไขมันมากที่สุด มีน้อยมากในตัวปลา และราคาแพงสุดๆ เชฟเค้านำไปย่างถ่านเล็กน้อยเพื่อให้ได้ความหอมจากไขมันตอนโดนความร้อนออกมา ซึ่งหอมมากกกก ฉ่ำ ไม่เลี่ยน แต่ก็จะไม่นุ่มละลายเท่ากับแบบสด

Bafun Uni

ไข่หอยเม่นพันธุ์หนามสั้นเกรดดี สีสวยมากกกกก เนื้อเค้าจะค่อนข้างแน่น รสชาติหวานหอม มีกลิ่นความทะเลเบาๆ ไม่คาว มีความครีมมี่นิดๆ

Sujiko Donburi

ข้าวหน้าไข่ปลาแซลมอน เป็นด้งชามเล็กๆ ที่ทางร้านนำ Sujiko เข้ามาเองแบบเป็นพวงๆ เลย มีเฉพาะช่วงเดือน 9-11 เท่านั้น เค้านำมาหมักซอสเอง รสเค็มไม่จัดมาก ด้านล่างจะเป็นผงอูนิ ท็อปด้วยใบพริกไทย หอมๆ

 

พี่เห็นหนูไหมคะ?

Nori Maki

มากิไส้ผัก โดดเด่นด้วยฟักแห้งนำเข้าจากญี่ปุ่น ที่ร้านนำมาต้ม มีแตงกวา ผักดอง มีทั้งความกรอบ และรสชาติเปรี้ยว เค็ม หวาน หลากรสดีครับ

Custela Tamago

ไข่หวานสูตรเฉพาะของทาง Shichi เป็นไข่หวานออกแนวของหวาน เนื้อคัสตาร์ดแบบฟูๆ นุ่มๆ เบาๆ มีรสชาติหวานทิ้งท้ายเล็กน้อย เห็นว่ามีลูกค้าหลายคนติดใจสั่งกลับบ้านด้วย

Cold Soba

โซบะเส้นอินนานิวะแบบเย็น ทานคู่กับทูน่าสับ ท็อปวาซาบิ มะนาวญี่ปุ่นในถ้วยสามารถทานได้ทั้งเปลือกเลยครับ ไม่ขม มีความเหนียวนิดๆ กลิ่นหอมมาก เน้นความสดชื่นช่วงท้าย

Soup

ซุปสาหร่ายใสเบาๆ ตบช่วงท้าย หลังจากคอร์สหนักก่อนหน้า

Deserts

ไอศกรีมส้มยูสุ เปรี้ยวนำ หวานตาม สดชื่นดีครับ เป็นการปิดท้ายที่งดงามดีมากกก


3. Shichi Japanese Restaurant ร้านอาหารกลางน้ำ

โซนนี้จะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแบบ Restaurant ทั่วไป จุดเด่นคือบรรยากาศที่สุดยอด มีน้ำล้อมด้านนอก ภายในกว้างขวาง เพดานสูง ไม่อึดอัด ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สไตล์ญี่ปุ่น ถ่ายรูปสวยทุกจุด

 

ระหว่างรออาหารผมก็ขออนุญาตเดินซนไปถ่ายภาพเชฟกำลังเตรียมอาหาร อันนี้เค้าเป็นครัวเปิดทำอาหารโชว์เลยนะ เดินไปดูกันได้ เพลินๆ

shichi-japanese-restaurant-2
shichi-japanese-restaurant-9
shichi-japanese-restaurant-12
shichi-japanese-restaurant-11

Shichi Salad 

สลัด 3 กรอบ จากวัตถุดิบกรอบๆ 3 อย่างหลักๆ ปลาเงิน, ปลาหมึกทอด และกุ้งทอด เชฟบอกว่าได้แรงบันดาลใจมาจากยำสามกรอบที่คนไทยคุ้นเคย วางบนผักสลัด ราดด้วยน้ำสลัดคอมบุ หอมสาหร่าย และมีรสเปรี้ยว เป็นเมนูเรียกน้ำย่อยที่เปิดลิ้นได้ดี

ในภาพคือไซส์ L ครับ ชามใหญ่มากกกกกกกกก เหมาะสำหรับมา 3-4 คนขึ้นไปนะ

Shichi Roll 

โรลแซลมอนราดซอสเมนไทโกะ จุดเด่นคือเค้าเสิร์ฟด้วยจานที่เป็นรูปเลข 7 ตามชื่อร้าน น่ารักดี แซลมอนเบิร์นหอมๆ มีซอสรสเผ็ดปลายลิ้นนิดหน่อย ท็อปไข่ปลาบินโทบิโกะ มีแป้งเทมปุระวางรอบจาน

Shichi Sashimi 

ซาซิมิพรีเมี่ยม เหมาะสำหรับชวนสาวมาทาน จัดตกแต่งสวยงามสมราคา รวมความพรีเมี่ยมจากซาซิมิ 7 อย่าง akami, otoro, hamachi, ama ebi, nama hotate  และ madai

Foie Gras Don

ฟัวกราส์คุณภาพดีจากฝรั่งเศส นำมาทำเป็นด้งสไตล์ญี่ปุ่น ด้านนอกกริลล์จนสุกมีความกรุบกรอบ ส่วนด้านในยังไม่สุกมาก นุ่มหอม

Sushi Go Roll

เมนูนี้คือ engawa roll สไตล์ของร้านนั่นเอง โดยเป็น engawa แบบเบิร์นไฟให้ไขมันซึมออกมาส่งกลิ่นหอม ท็อปด้วยเนื้อปูทาราบะคลุกกับซอสสไปซี่มิโซะ และราดซอสรสหวาน

Shichi Sushi Platinum

ซูชิรวม 7 คำ แบบโคตรพรีเมี่ยม มีรายการดังนี้ เนื้อ matsusaka A5 , uni, botan ebi tobiko, otoro, chutoro on top uni, taraba kani miso และ foie gras

Kani Miso

มันปูย่างซอสมิโซะเสิร์ฟบนเตาถ่านขนาดมินิร้อนๆ ท็อปด้วยไข่ปลาบินโทบิโกะ และไข่ปลาคาเวียร์ มันปูหอมมากกกก รสชาติค่อนข้างเข้มข้น เสิร์ฟคู่กับใบโอบะชุบแป้งเทมปุระทอดกรอบ

ตอนทานก็ให้คนมันปูจนเข้ากันก่อน จากนั้นตักมาวางบนใบโอบะเทมปุระทานคู่กันเลย

The Emperor Don 

ด้งจักรพรรดิ จัดหนักทั้ง โอโทโร่สับ ไข่หอยเม่น และไข่ปลาแซลมอน ไซส์ขนาดกำลังพอดีสำหรับหนึ่งคน

Lobster Nabe Spicy 

ล็อปสเตอร์สดทั้งตัวในหม้อนาเบะญี่ปุ่น หม้อใหญ่มาก อันนี้ค่อนข้างเซอร์ไพรส์กับซุปครับ ตัวซุปกลิ่นหอมมากกกกก มีความทะเล มีความหอมผัก รสชาติจะค่อนไปทางเข้ม มีรสเผ็ดด้วยแต่ไม่มาก ซดร้อนๆ พอให้เลือดลมเดิน

อันนี้โคตรดี แนะนำเลย

Shichi Dynamite 

อันนี้ก็พีค เนื้อวากิวส่วน Short Rib สายพันธุ์ดีจากออสเตรเลีย มีมันแทรกระดับหนึ่ง วิธีปรุงเค้าไม่ธรรมดา จานนี้เริ่มจากการนำเนื้อไปกริลล์อบด้วยถ่าน Binchō-tan เป็นถ่านที่คนญี่ปุ่นใช้ทำอาหารตั้งแต่โบราณ จากนั้นทำการ Sous-Vide นานกว่า 30 ชั่วโมง

ความเจ๋งที่ได้ออกมาคือ crust ส่วนผิวของเนื้อที่หอมและกรอบในสัดส่วนที่บางมากกกกก ถัดเข้ามานิดเดียวคือเนื้อยังแดงอยู่ ส่วนเนื้อแดงมีความสุกเท่ากันทั้งชิ้นเป๊ะๆ เป็นหนึ่งในอานิสงค์จากการ slow cook นั่นเอง

เนื้อหอมมากกกกกก ข้างในมีความฉ่ำ มีไขมันพอสมควร สามารถเปลี่ยนรสชาติในการทานได้หลากหลายทั้งเกลือ เลมอน วาซาบิ และซอสเนื้อสูตรพิเศษของร้าน แต่แค่ทานเนื้อเปล่าๆ ก็เทพแล้วครับ very good

 

ขอซูมๆ อีกสักช็อต เมนูนี้สั่งเลยครับ ไม่เสียดายเงินแน่นอน 55


4. B.Duck Cafe by Shichi

ร้านคาเฟ่น้องเป็ดสีเหลือง B.Duck สดใสน่ารัก ลิขสิทธิ์แท้จากฮ่องกง ตกแต่งตีมเป็นสไตล์ญี่ปุ่นช่วงเทศกาลชมดอกซากุระ ข้างในร้านทุกอย่างล้วนเป็นเป็ดน้อยทั้งหมดเลย

 

บรรยากาศภายในร้านจะเน้นโทนอบอุ่น มีกระจกบานใหญ่แสงธรรมชาติสว่างทั้งวัน เหมาะสำหรับสาวๆ มานั่งถ่ายภาพสวยๆ เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ในคาเฟ่น้องเป็ดกัน

B-Duck-Cafe-by-Shichi-22
B-Duck-Cafe-by-Shichi-5
B-Duck-Cafe-by-Shichi-6
B-Duck-Cafe-by-Shichi-13

ไอศกรีมน้องเป็ดรสชาติต่างๆ

Iced Matcha Moji (165 บาท)

Matcha Latte สไตล์ญี่ปุ่น มีแป้งโมจิร้อนๆ เสียบไม้อยู่ด้านบน ด้านนอกตัวแป้งโมจิจะกรอบๆ ด้านในจะเหนียวหนึบ เพลินดี ตัวเครื่องดื่มชาเขียวมีความเข้มมากกก กลิ่นหอมชาเขียวดีมากๆ ส่วนรสชาติจะออกหวานพอสมควร ส่วนตัวผมว่าสั่งหวานน้อยกำลังกลมกล่อมเลย

 

  • Iced Chocola Cookie (140 บาท)
  • Peach & Lie soda (100 บาท)

เครื่องดื่มของร้านเค้าจะมีที่ติดหลอดรูปเป็ดแถมมาด้วยนะครับ น่ารักดี เอากลับบ้านได้

 

เมนูเค้กต่างๆ หลายรายการ อันนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เค้ามีนะครับ เมนูค่อนข้างหลากหลายเลย

  • Orange Cheese Pie (130 บาท)
  • Brownie Cheese Pie (120 บาท)
  • Brownie (35 บาท)
  • Blueberry Cheese Pie (120 บาท)
B-Duck-Cafe-by-Shichi-11
B-Duck-Cafe-by-Shichi-8
B-Duck-Cafe-by-Shichi-9
B-Duck-Cafe-by-Shichi-7

Kakigori Melon (280 บาท)

เมนูคากิโกริเสิร์ฟมาใหญ่กว่าที่คิดม๊ากกกก ช่วยกันทานได้ประมาณ 3-4 คนเลยทีเดียว เนื้อเกล็ดน้ำแข็งละเอียดนุ่มฟูดีมากกกก รสชาติจะออกแนวนมๆ หอมมัน เค้าจะมีรสหวานที่เกล็ดน้ำแข็งอยู่แล้วนะ

อันนี้เค้าก็จะคว้านเนื้อเมลอนเป็นลูกกลมๆ มาอยู่บนเกล็ดน้ำแข็ง ท็อปด้วยไอศกรีมวานิลลา

Kakigori Strawberry (200 บาท)

คากิโกริสตอเบอร์รี่ มาพร้อมกับซอสสตอเบอร์รี่รสหวานอมเปรี้ยว ผมว่าอันนี้ดีมากเลย ความเปรี้ยวของตัวซอสกำลังดี ตัดกับรสชาติหวานได้กำลังเหมาะ แนะนำๆ

B-Duck-Cafe-by-Shichi-16
B-Duck-Cafe-by-Shichi-18
B-Duck-Cafe-by-Shichi-19

 


ข้อมูลเพิ่มเติม

  • เวลาเปิดบริการ
    • จันทร์ – ศุกร์ รอบกลางวัน 11.00-14.00 น. รอบเย็น 17.00-22.00 น.
    • เสาร์ –อาทิตย์ 11.00-22.00 น.

Comments

comments