Beast & Butter ร้านเบอร์เกอร์ย่านทองหล่อสีเหลืองมัสตาร์ดโดดเด่นสะดุดตา เราเคยกินร้านนี้มาก่อนแล้วตอนไปเที่ยวเชียงใหม่ แล้วติดใจ ทราบจากเพื่อนว่าเค้ามาเปิดอยู่ที่ทองหล่อด้วย พร้อมกับเมนูที่หลากหลายมากขึ้น

 

การเดินทางของร้านนี้ เริ่มต้นตั้งแต่ food truck ที่ชื่อว่า Beast Burger ในแหล่งท่องเที่ยวเมืองเชียงใหม่ จนได้เปิดเป็นร้านเบอร์เกอร์จริงจังอยู่ที่ซอยนิมมาน

ปัจจุบันงอกสาขาขึ้นมาอยู่ที่ทองหล่อ โดยใช้ชื่อว่า Beast & Butter ตัดคำว่าเบอร์เกอร์ออก เนื่องจากสาขานี้มีเมนูเพิ่มอีกหลายหมวด ตั้งแต่สเต็ก, สลัด, มิลค์เชค และเครื่องดื่มต่างๆ จึงไม่อยากให้ลูกค้าเข้าใจว่าเป็นร้านที่ขายแต่เบอร์เกอร์นั่นเอง

 

บรรยากาศภายในร้านก็ชิวๆ นั่งสบายๆ มีพื้นที่สำหรับนั่งทาน 1-2 คน ไปจนถึงมากันเป็นทีมหลายคน นั่งดื่ม นั่งเมาท์กันได้ยาวๆ

 

ชอบเมนูเค้านะ เท่ดี

เบอร์เกอร์ของเค้าค่อนข้าง selection มีความหลากหลาย มีทั้งเนื้อวัว, หมู, แพะ ไปจนถึงเวจจี้ ไม่มีเนื้อสัตว์

 

Double Double (340 บาท)

เปิดด้วยเมนูเล่นใหญ่สำหรับสายกินโหด เมนูนี้คือ Beast Burger เมนูซิกเนเจอร์ของร้าน ในเวอร์ชั่นดับเบิ้ล

โดยชื่อดับเบิ้ลดับเบิ้ลนี่ก็ได้มาจากลักษณะของเบอร์เกอร์ที่เบิ้ลทั้ง patty และ cheddar cheese สูงปรี๊ดสะใจ  สำหรับท่านชายผู้หิวโหย เมนูนี้อิ่มจบแน่นอน

 

จุดเด่นของร้านนี้คือซอสเบอร์เกอร์ที่ตั้งตามชื่อร้านว่า beast sauce เป็นซอสสีเหลืองเข้ม และ caramelized onion รสออกหวานเค็ม กลิ่นหอมใหญ่ไม่แรงมาก

เนื้อบดทำออกมาค่อนข้างจุ๊ยซี่ดีเลยครับ คือสุกกำลังดี ได้ความฉ่ำ ความหอมของเนื้อ ส่วนขอบด้านนอกของเนื้อก็ได้เทกเจอร์ดี ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดีมาก

ส่วน bun ที่ใช้จะไปในทางเนื้อเบาและฟู มีเทกเจอร์กรอบนิดๆ ตรงขอบที่เกิดจากการกริลล์

 

Blue Cheese (230 บาท)

ตามชื่อเลยครับ จากเมนูเบอร์เกอร์ตัวอื่นของร้านที่ใช้ cheddar เมนูนี้ก็จะใช้ blue cheese แทน รสชาติก็ไปในทางเข้มเลยครับ ทั้งรสและกลิ่นค่อนข้างจัด

เป็นเมนูที่ถ้าคนชอบ blue cheese  ก็จะชอบเลย แต่ถ้าคนไม่ชอบกลิ่นแรงก็จะบาย

 

Veggie Beast (230 บาท)

เมนูเวจจี้เป็นเบอร์เกอร์ที่ไม่ใส่เนื้อสัตว์ โดยจะใช้ veggie patty ที่ทำมาจากพืชแทน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกถั่ว ที่น่าสนใจคือเค้าผสมบีทรูทเข้าไปด้วย เพื่อให้ได้สีสันคล้ายกับเนื้อวัวแบบ medium rare

เทกเจอร์ของ veggie patty โดยรวมนับว่าดีเลยครับ สำหรับเบอร์เกอร์สายผัก คือมีความนุ่มฉ่ำ เพราะที่อื่นเป็นเวจจี้จะมาแบบแห้งๆ ส่วนของเบคอนจะแทนด้วยสาหร่ายทอดกรอบ เพื่อให้ได้เทกเจอร์กรุบกรอบแทน

 

Bacon Mushroom (250 บาท)

เมนูนี้จะใช้ Swiss cheese เป็นชีสชนิดที่เรามักจะเห็นในการ์ตูน ที่มันจะมีรูๆ แหว่งๆ อ่ะ ชนิดนี้แหละ รสจะไม่เข้มมาก จุดเด่นคือเห็ดหอมผัด และเบคอนตามชื่อเมนู ได้รสชาติที่แปลกใหม่ดี

 

Spicy Masala (290 บาท)

เบอร์เกอร์เมนูนี้มาแหวกแนว เป็นเบอร์เกอร์แกงมัสซาลา เป็นสไตล์ที่ผมเพิ่งเคยทานแบบนี้กับเบอร์เกอร์เหมือนกัน น่าสนใจดี

จะออกรสชาติและกลิ่นหอมเป็นเครื่องแกงแบบอินเดียชัดเจน คอมโบกับหอมเจียวและหอมแดงดองยิ่งชัดเจน

 

French Onion (270 บาท)

อีกหนึ่งเมนูที่น่าสนใจ เข้าใจว่าเค้าตั้งใจให้รสชาติไปในทางของซุปหัวหอม ใช้ gruyère cheese ที่เป็นส่วนผสมของซุปหัวหอมฝรั่งเศส ต่างจากเมนูอื่นที่ใช้ cheddar ท็อปด้วย matchstick chips หรือมันฝรั่งทอดแบบชิ้นเล็ก

 

Curly Fries (120 บาท) และ Sweet Potato Fries (130 บาท)

เมนูที่โดดเด่นไม่แพ้เบอร์เกอร์คือ side dish ที่เป็นของทอดครับ ฟรายส์ร้านนี้เด็ดทุกตัว โดยเฉพาะมันหวานทอด กรอบอร่อยมาก ดิปก็รสชาติเข้มข้น เพลินมากๆ ครับ

 

Truffle Parmesan Fries (170 บาท)

ฟรายส์ที่เพิ่มกลิ่นหอมของทรัฟเฟิลด้วยน้ำมันทรัฟเฟิล ท็อปด้วยพาเมซาน กลิ่นหอมค่อนข้างโดดเด่น

กับอีกจานคือฟรายส์แบบลาบ คือปรุงรสแบบลาบอ่ะครับคุณผู้โชมมม มีรสเปรี้ยว เค็ม เผ็ด พร้อมความหอมและเทกเจอร์ของข้าวคั่ว อร่อยลงตัวแบบคาดไม่ถึง ชอบความครีเอทอันนี้ครับ เยี่ยมๆ

 

Pork Chop 300G (400 บาท)

เนื้อหมูที่ผ่านความร้อนแบบ slow cook ด้วยวิธีการซูวี ทำให้ได้ความสุกที่พอดิบพอดีเท่ากันทั้งชิ้น มีความนุ่ม ฉ่ำ ที่จะหาได้จากการคุมความร้อนที่พิถีพิถัน มีกลิ่นหอมสมุนไพรเบาๆ อยู่ในปาก สรุปว่าชอบครับ อร่อย

ราคาเหมือนจะสูง (อ่ะ ก็สูงแหละ) แต่รสชาติและคุณภาพระดับนี้ถือว่าจ่ายได้ ไม่เสียดายเงินครับ

 

Ribeye Black Angus Steak 300G (900 บาท)

เนื้อริบอายจากวัว Grain Feed อายุ 200 วัน เสิร์ฟมาแบบ Medium Rare ความสุกในแบบที่ต้องการ เนื้อนุ่มและหอมดีครับ คุณภาพดีเลยทีเดียว รสชาติความจัดจ้านของเนื้อระดับปานกลาง

 

Balsamic Steak (340 บาท)

เนื้อส่วน flank เสิร์ฟแบบ Medium Rare บนผักร็อคเก็ตสด สดชื่น

 

สลัดแซลมอนรมควัน รสชาติทั้งแซลมอนและน้ำสลัดโดยรวมเข้มดี แต่ไม่เลี่ยนนะ

 

Vanilla Horlicks (190 บาท)

เบอร์เกอร์ก็ต้องคู่กับมิลค์เชคล่ะครับ ของร้านนี้ก็มีให้สั่งหลายเมนู และผมค่อนข้างถูกใจ Vanilla Horlicks เลยครับ หอมมอลต์มาก เนื้อเชคค่อนข้างแน่นเลย น่าจะใช้ไอศกรีมปริมาณมาก

 

เครื่องดื่มแนว refreshing ก็มีนะครับ เผื่อใครอยากได้แบบรสเปรี้ยว ฟรุตตี้ๆ ซาบซ่า มาตัดเลี่ยน

 

สรุปรีวิวร้าน Beast & Butter ทองหล่อ

  • เป็นร้านเบอร์เกอร์ที่มีคาแรกเตอร์ดี คนที่ทานเบอร์เกอร์จะได้ฟีลตื่นเต้นในการลองสั่งแบบนู้นแบบนี้
  • patty หลากหลายและโดดเด่นทุกตัว ไม่ได้เน้นแค่เนื้อวัวอย่างเดียว คือเวจจี้ยังอร่อย
  • Pork Chop เด็ดจัด ดีกว่าร้านสเต็กหลายร้าน Beef Steak ก็ดี แต่ไม่ได้โดดเด่นมาก
  • เฟรนซ์ฟรายส์ลาบอร่อย ชอบว่ะ กินกับเบียร์น่าจะเพลินมากๆ
  • ใครที่ทานตอนไปเชียงใหม่แล้วติดใจ ควรมาซ้ำ Beast & Butter ที่ทองหล่อ

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • ร้าน Beast & Butter ทองหล่อซอย 10
  • เปิด : อังคาร-พฤหัสบดี : เปิดเวลา 17.00-24.00 น. และ ศุกร์-อาทิตย์ : เปิดเวลา 11.30-14.00น. และ 17.00-24.00น.
  • โทร : 065 441 1145
  • Google Maps : https://g.page/beastandbutter?share