COAL Bistro & Bar ร้านอาหารสไตล์ยุโรปที่มีคอนเซปต์ตามชื่อร้านเลย นั่นคือ Coal ที่หมายถึงถ่าน เค้าจะนำถ่านไม้หลายชนิดมาใช้ในการปรุงอาหาร ไม้เด็ดของเค้าคือการนำมา smoke ซึ่งได้รสชาติและกลิ่นหอมที่เซอร์ไพรส์มาก

เมนูของร้านนี้มาจากเชฟชื่อดังสามท่าน Willment Leong, เชฟบาส และเชฟมายด์ (ใครสนใจลอง google ดูครับ เชฟเค้าดังอยู่) เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมตื่นเต้นและรอจะได้ชิมเลยแหละ

ร้านนี้ตั้งอยู่แถวตลิ่งชัน ถนนราชพฤกษ์ Google Maps มาได้เลยครับ มีที่จอดรถหน้าร้าน การเดินทางแนะนำเป็นรถส่วนตัวหรือไม่ก็โบกแท็กซี่เอาครับ ซึ่งที่ตั้งอยู่ใกล้บ้านผมม๊ากกก ใครเหงาๆ ก็ชวนผมไปทานได้นะครับ อิอิ

 

ภายในร้านตกแต่งด้วยอิฐและปูนเปลือย โต๊ะเก้าอี้ไม้สวยงาม แสงไฟสีเหลืองนวลๆ จะค่อนข้างเหมาะกับบรรยากาศมื้อค่ำตอนกลางคืน

 

ร้านนี้เป็นครัวเปิด ถ้านั่งโต๊ะด้านในเราก็จะมองเห็นครัวที่เชฟกำลังปรุงอาหารอยู่ด้วยครับ นั่งดูตอนเค้าย่างสเต๊กก็เพลินๆ ดีนะ

 

อันนี้เป็นห้องส่วนตัวครับ สามารถมาจัดปาร์ตี้เล็กๆ ที่นี่ได้

 

เริ่มต้นด้วยขนมปังพร้อมกับเนย เสิร์ฟให้ทานฟรี ขนมปังอร่อยดีนะ ก็รองท้องเพลินๆ ระหว่างรออาหาร

Caesar Salad (240 บาท)

เป็นเมนูสลัดที่มีส่วนผสมหลากหลาย หลักๆ ก็จะเป็นผักคอสโรเมน, อกไก่, เบคอนกรอบ, พาเมชานชีส และไข่ดาวน้ำ (Poach Egg) น้ำซีซาร์สลัดของเค้าจะมีกลิ่นหอม ความครีมมี่และรสจัดกำลังดี ไม่เข้มมาก

Cold Smoke Cured Salmon Salad (280 บาท)

อีกหนึ่งเมนูสลัดที่อยากให้ลองสั่งก่อนเข้าเมนูหลัก เป็นสลัดแซลมอนรมควัน ผักคอสโรเมน เนื้อส้ม ราดด้วยน้ําสลัดออเรนจ์มัสตาร์ด หอมกลิ่นส้มมาก มีรสหวานอมเปรี้ยว เข้ากับแซลมอนรมควันได้ดีกว่าที่คิด เป็นเมนูที่ทานแล้วสดชื่นพร้อมกับเรียกน้ำย่อยได้ดีมากกก

 

บรรดาเฟรนช์ฟรายส์ครับ อันนี้พวกเรามือลั่น สั่งมาเยอะจนทานแทบไม่หมด ฮ่าๆ

ตัวเฟรนช์ฟรายส์ก็ทอดได้ดีตามมาตรฐานทั่วไป แต่ที่ผมปลื้มจะมีอยู่สองตัวคือ Sweet Potato Fries (160 บาท) เทกเจอร์ด้านนอกจะกรอบๆ มีรสติดหวานนิดๆ คือผมชอบเฟรนช์ฟรายส์มันหวานทอดโดยส่วนตัวอยู่แล้ว

อีกตัวที่ชอบคือ Truffle Fries with Shredded Parmesan (180 บาท) เป็นเฟรนช์ฟรายส์ที่คลุกกับน้ำมันทรัฟเฟิล โรยหน้าด้วยพามาซานชีส กลิ่นหอมทรัฟเฟิลและชีส ดีงามมาก

 

ก่อนที่เค้าจะเริ่มทำเมนูสเต๊ก เชฟเค้ามาสะกิดให้เข้าไปลองดู เค้าจะใช้ความร้อนจากถ่าน ซึ่งจะได้กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ติดมาด้วย

 

และอย่างที่บอกครับ ทีเด็ดของเค้าคือการนำเนื้อไป smoke ด้วยสูตรของทางร้านก่อนเสิร์ฟ

Rib Eye 300g (1,200 บาท)

เมนูเนื้อจานแรกของเรา เป็นเนื้อวัวแองกัสจากออสเตรเลีย เลี้ยงแบบ Grain Fed สั่งมาแบบ Rare แต่ชิ้นเนื้อไม่ได้หนามาก ภาพที่เห็นจะออกมาเกือบ Medium Rare กริลล์มาสวยเลยครับ มีลายเตาชัดเจน

สไตล์ของร้านนี้เค้าจะไม่ได้มีเครื่องเคียงหรือซอสต่างๆ มาให้ เค้าว่าอยากให้เราได้ทานรสชาติที่ร้านพรีเซนต์เลยครับ

 

รสชาติเนื้อจะค่อนข้างชัด มีความ juicy พร้อมกับความนุ่มในระดับดี แต่จุดเด่นของเค้าคือกลิ่นหอมถ่านที่ได้จากการ smoke ครับ กลิ่นไม่ถึงกับจัดมาก แต่จะอบอวลตอนอยู่ในปาก เป็นการ +1 ให้กับความอร่อยของเนื้อ ชอบครับ

ราคาค่อนข้างเอาเรื่อง แต่คุณภาพของเนื้อและกระบวนการปรุงอยู่ในระดับที่ไม่เสียดายเงินครับ

Striploin 300g (1,100 บาท)

Striploin หรือส่วนสันนอกติดมัน ความนุ่มจะรองลงมาจาก Rib Eye นิดหน่อย และรสชาติเนื้อจะเบากว่านิดหนึ่ง แต่กลิ่นหอมและความ juicy ยังคงดีงามเช่นเดิม เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ชอบเนื้อแบบติดมัน

Home Smoked Salmon Fillet (350 บาท)

ก่อนที่ผมจะมาทานร้านนี้ ผมได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างจาก Blogger หลายท่านมาว่าเมนูนี้เทพมาก จนกลายเป็นเมนูที่ผมตั้งใจจะมาลองเลย

ความอร่อยของเนื้อแซลมอนจะอยู่ที่การควบคุมอุณหภูมิในขั้นตอนการปรุง ซึ่งตรงนี้ก็เป็นความยากด้วย สำหรับร้านนี้ทำออกมาได้สุดมาก เนื้อด้านนอกและด้านในเป็นความสุกในระดับที่อร่อยมากของแซลมอน นุ่มละลาย

แซลมอนจานนี้มีทั้งความฉ่ำ ความนุ่ม และกลิ่นหอมจากการ smoke เป็นเมนูที่หายไปจากโต๊ะอย่างรวดเร็วมากกกกกกก

 

หน้าตาภายนอกก็จะคล้ายกับสเต๊กครับ คือก็ไม่ได้มีตกแต่งอะไรมาก แต่หลังจากที่ได้ลองก็ทำให้ผมโดนเวทย์มนต์จากเมนูนี้สะกดเช่นกัน

Short Rib (620 บาท)

เนื้อติดซี่โครงที่ผ่านการตุ๋นหลายชั่วโมง เนื้อนุ่มดีนะครับ ตัวซอสก็ทำได้รสชาติดี โดยรวมแล้วก็อร่อยใช้ได้เลย แต่ก็ไม่พีคเท่าพวกเมนูสเต๊กกับแซลมอนนะ

Calamari Tempura (240 บาท)

ปลาหมึกชิ้นอวบขาวเหมือนนักศึกษาสาววัยกระเตาะ ทอดแบบเทมปุระ มาพร้อมกับซอส L’aioli squid ink เป็นประมาณมายองเนสหมึกดำ รสชาติก็ดีในระดับมาตรฐาน มีความเผ็ดเบาๆ ส่วนที่ปลื้มคือความกรอบของแป้งเทมปุระ กรอบจริงจังมากกกก

Fettuccine Truffle Cream, Grilled U.S. Scallops (420 บาท)

เมนูนี้มาวางปุ๊ป กลิ่นหอมทรัฟเฟิลกระโดดเตะมาที่จมูกทันที ตัวเส้นทำได้ดี ซอสมีความครีมมี่มากรสชาติอร่อยกลิ่นหอมทรัฟเฟิลเด่นมากๆ หอยเชลล์ตัวอวบ นุ่มและรสชาติดีเช่นกัน

ผมว่าเมนูทรัฟเฟิลของร้านนี้เจ๋งเลยนะ เมนูไหนที่มีคำว่าทรัฟเฟิลนี่คือไม่ผิดหวังเลย ขออนุญาตให้เยี่ยมครับ

Capellini Chili Bacon (190 บาท)

เมนูเส้นคาเปลลินีผัดเบคอนกรอบแบบแห้ง ผัดออกมาได้ดี ไม่อมน้ำมัน ได้ความชัดเจนของกลิ่นหอมและชาติของพริกกระเทียมสด อ้อ และความหอมของ basil ก็เด่นดี อร่อยดีครับ

Pumpkin (130 บาท)

ฟักทองทอดกรอบ หอมเนย มีรสหวานเบาๆ จากฟักทอง เทกเจอร์ดีเลยครับ เป็นเมนูทานเล่นเพลินๆ

Mushroom (220 บาท)

เมนูนี้เป็นเห็ด portobello ที่มีลักษณะคือขนาดใหญ่และมีความนุ่ม ปรุงรสด้วยเกลือพริกไทย และน้ำมันมะกอก พร้อมกับ mushroom ragout (เห็ดผัด) มีความครีมมี่เล็กน้อย และด้านบนเป็นเห็ด champignon ทอดกรอบ

ดูเหมือนจะธรรมดา แต่ให้รสชาติและเทกเจอร์หลากหลายภายในจานเดียว ชอบอีกแล้วครับ

Potato Fork Crush (90 บาท)

มันบดผสมเครื่องเทศ รสชาติเค็มเล็กน้อย หอมเครื่องเทศชัดเจน ด้านบนเป็นมันฝรั่งทอดกรอบ อีกหนึ่งเมนูที่หน้าตาธรรมดา แต่มีความ “โอ้ว ว้าว” คือรสชาติและกลิ่นหอมกำลังดี สำหรับใครที่ติดทานสเต๊กกับพวก Side Dish ก็สั่งเมนูนี้มาทานได้ครับ อร่อยดี

Pan Cookie (250 บาท)

เป็นซอฟต์คุกกี้ช็อกโกแลตชิพและดาร์กช็อกโกแลต มาแบบร้อนๆ เนื้อหนึบๆ ด้านบนเป็นไอศกรีมวนิลาแบบ home made เมนูนี้จะละลายเร็วมากกก เพราะด้านล่างจะร้อน แอบถ่ายแปปเดียวเยิ้มแล้ว แนะนำให้รีบทานตอนเสิร์ฟใหม่ๆ

Home Made Ice Cream (250 บาท)

ไอศกรีมโฮมเมดรส Salted Vanilla และรส Yogurt ราดด้วย Caramel Sauce ด้านล่างจะเป็นผลไม้สด และ Cocoa Crumble โดยรวมอร่อยดี แต่ที่ชอบสุดคือไอศกรีม Yogurt ครับ หอมนม เปรี้ยวนิดๆ สดชื่นนนนนน

 

ก่อนกลับแอบถ่ายข้อมูลของเชฟที่อยู่หน้าร้านไว้ด้วย หลายคนน่าจะรู้จักเชฟวิลแมน กรรมการรายการ Top Chef  และมายด์จากรายการ Kitchen War Thailand การันตีความเทพด้วยรางวัลที่กวาดจากงานที่มีชื่อหลายรายการเลย เชฟยังวัยรุ่นอยู่เลย เก่งมากกก

สรุปรีวิวร้าน COAL Bistro & Bar

  • โดยรวมแล้วผมชอบหลายเมนูเลยครับ ส่วนตัวผมว่าเมนูเด่นๆ จะเป็นเมนูที่ใช้การกริลล์ อย่างสเต๊กหรือแซลมอน
  • เมนูทั่วไปที่เราเห็นแล้วพอจะเดารสชาติได้ว่าประมาณนี้ๆ แต่ของร้านนี้จะมีความ +1 เข้าไปจากนั้นอีก ทำให้มีความ “โอ้ว” ได้เซอร์ไพรส์นิดหนึ่งด้วย
  • ราคาก็ถือว่าสมเหตุสมผลกับรสชาติ คุณภาพอาหาร และบรรยากาศร้าน
  • เป็นร้านที่ดีและอยากแนะนำให้มาลองกัน เป็นห่วงเรื่องเดียวคือโลเคชั่น เนื่องจากเป็นร้านที่ตั้งอยู่เดี่ยวๆ และค่อนข้างไกลจาก BTS ถ้าจะมาร้านนี้คือตั้งใจมาทานอย่างเดียว (แต่คือใกล้บ้านผมอ่ะ มีมาซ้ำแน่นอน 55)

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • Facebook : facebook.com/coal.bkk
  • Tel : 02-408-8225
  • Open : 11.00 – 14.00 น. และ 17.00 – 22.00 น.

Comments

comments