[Review] IVORY Coast Almond ร้านอาหารและคาเฟ่ สไตล์โฮมเมด

Ivory Coast Almond ร้านอาหารและคาเฟ่เปิดใหม่ นำเสนออาหารสไตล์ยุโรปฟิวชั่นกับวัตถุดิบไทย ผ่านการพรีเซนต์ที่ทันสมัยได้อย่างน่าสนใจมากๆ

ในทุกเมนูจะมีความเป็น homemade ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบอย่างดีแต่ละแหล่งของเมืองไทย ขั้นตอนการปรุง รวมไปถึงส่วนประกอบหลายอย่างที่แทบจะทำเองทั้งหมด ตั้งแต่แป้งยันซอส รสชาติจึงมีความเป็นเอกลักษณ์

Ivory Coast Almond แอบอยู่ในเสนานิคม ซอย 1 บรรยากาศร้านดีมาก มีทั้งในส่วนที่เป็นโต๊ะจัดอยู่ในสวนด้านนอก ได้บรรยากาศเหมือนนั่งกินข้าวหลังบ้าน มีต้นหูกระจงตระหง่านโดดเด่นตามชื่อร้าน

แต่ละจุดที่นั่ง มีปลั๊กไฟไว้ให้บริการ มานั่งเปิดคอมจิบกาแฟชิวๆ ได้เลย

ช่วงที่อากาศร้อน โซนด้านในจะมีห้องแอร์ รวมถึงห้องส่วนตัวสำหรับมาแบบครอบครัวใหญ่หรือยกกันมาทั้งบริษัท

IVORY Coast Almond’s Wild Rocket Salad (290 บาท)

เริ่มด้วย appetizer กับร็อคเก็ตสลัดและฟักทองญี่ปุ่น ใช้ผักจากโครงการหลวง เสิร์ฟพร้อมปลาข้าวสารตัวเล็กทอดกรอบ สดชื่นดีครับ ปลาข้าวสารทอดกรอบได้เทกเจอร์ตัดกับผักสดๆ

ซุปฟักทองญี่ปุ่น (350 บาท)

ซุปฟักทองสไตล์ญี่ปุ่น เสิร์ฟมาพร้อมขนมปังกรอบแบบฝรั่งเศส ซุปเนียน หอม นุ่ม ละมุน หวานจากฟักทอง คือผมเป็นคนชอบทานฟักทองมากๆ อยู่แล้วอ่ะครับ เมนูนี้นำฟักทองมาทำได้ดีมาก

เสิร์ฟมาในลูกฟักทองนึ่ง ทานได้ทั้งลูก นุ่มอร่อยมาก

คั่นด้วยความสดชื่นกับเมนูในคาเฟ่ ที่จะมีทั้งกาแฟและน้ำผลไม้โซดา รวมไปถึงเมนูซิกเนเจอร์ที่นำผลไม้ไทยมาทำเป็น mocktail และ cocktail ได้อย่างลงตัว

Ivory Coast Almond’s Caesar Salad Specialty (290 บาท)

ซีซาร์สลัดที่ทางร้านทำน้ำสลัดเอง เล่นกับวัตถุดิบท้องถิ่นของบ้านเราด้วยใบเหลียงทอดกรอบแซมมาในผักสลัด

Ravioli Tom Kha kai and Pla Salid (320 บาท)

ราวิโอลี่โฮมเมด ปรุงรสฟิวชั่นแบบต้มข่าไก่ โดยข่าไก่ที่ว่าทำออกเป็นแนวครีมซอส รสชาติเข้มข้น หอมกะทิ ข่า สมุนไพรแบบไทยๆ มีรสเผ็ดนิดๆ โรยด้วยปลาสลิดทอดกรอบ

เมนูนี้ดีงามมากครับ เรียกว่าเซอร์ไพร์เลย เพิ่งเคยทานลาวิโอรี่ที่พรีเซนต์แบบนี้

Sun-dried Beef Short Ribs

เนื้อส่วน short ribs ที่นำเสนอวิธีการปรุงแบบไทย ด้วยการนำไปตากแห้งแล้วทอดแบบ deep fried ทานกับจิ้มแจ่วและซอสพริกสูตรของร้าน

เนื้อจะมีความกรอบนอก นุ่มใน แถมยังมีความฉ่ำของเนื้อ เป็น short rib อีกแบบหนึ่งที่น่าสนใจเลย

Chicken Stay Club Sandwich (180 บาท)

โฮมเมดแซนด์วิชไก่สะเต๊ะและเครื่องเคียง (น้ำจิ้มถั่วและอาจาด) เป็นเมนูไก่สะเต๊ะที่พรีเซนต์ในรูปแบบของคลับแซนวิช จัดจานสวยงามน่าทานมาก รสชาติน้ำจิ้มถั่วเข้มข้นดี ตัวแซนวิชกับไก่สะเต๊ะก็รสชาติทั่วไปครับ

เมนูนี้โดดเด่นที่การ stylish มากๆ แบบสั่งมายังไงก็ต้องถ่ายรูปก่อนกิน ฮ่าๆ

Spaghetti with Hokkaido Scallops (290 บาท)

สปาเก็ตตี้หอยเชลล์ฮอกไกโดผัดพริกสด และเกลือหิมาลายัน มาพร้อมกับพริกขี้หนูกระเทียมเป็นเครื่องเคียง พอนำมาคลุกทานแล้วรสชาติเข้ากันเฉยยยยยย กลายเป็นสปาเก็ตตี้สไตล์ผัดพริกเกลือเลย

Ivory Surf and Turf (1,500 บาท)

3 เมนูสุดหรูในหนึ่งเสิร์ฟ กุ้งแตร์มีดอร์ กุ้งล็อบสเตอร์ปรุงไสตล์ฝรั่งเศส ที่จะเลาะเนื้อนำมาปรุงกับพวกเนย ไวน์ขาว ชีส แล้วเสิร์ฟบนเปลือกกุ้ง หอมอร่อย

เนื้อสเต็กออสเตรียส่วนเทนเดอร์ลอยน์ย่างมาแบบ medium rare นุ่ม อร่อย มีความจุ๊ยซี่ครบ ย่างมาดีเลยครับ พร้อมกับกราแตงและผักลวกเป็น side dish

Black Mussels Pot (320 บาท)

หอยแมลงภู่ดำอบไวน์ขาวแบบดั้งเดิม สไตล์ไอวอรี่ หอยอวบๆ น้ำซอสที่อบมาอร่อยดีครับ

เมนูเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของเค้าน่าสนใจหลายเมนูครับ อย่างอันนี้เป็นเมลอนชาไทย เค้าใช้ชาที่เบลนด์เอง รสชาหอมเข้มเป็นพิเศษ แซมด้วยกลิ่นหอมและรสหวานเบาๆ ของเมลอน

Homemade Ivory’s Creme Brulee Matcha & Earl Grey Tea (250 บาท)

เครมบูเล่ชาเขียวและชาเออเกรย์ หอมชาโดดเด่นมาก เสิร์ฟคู่มาแบบฟิวชั่นกับสายไหมอยุธยา

Santol & Lemon Sorbet Nam Pal Wan (250 บาท)

กระท้อนน้ำปลาหวานสูตรดั้งเดิม เสิร์ฟคู่กับเชอร์เบทมะนาวและพริกเกลือ

ได้รสเปรี้ยวนำ อมหวาน และมีรสเผ็ดนิดๆ

Coconut Panna Cotta (250 บาท)

พานาคอตต้ามะพร้าวกะทิ เสิร์ฟคู่กับข้าวเม่าและเบอร์รี่ เป็นพานาคอตต้าสไตล์ของหวานไทยโบราณที่รสชาติไม่ธรรมดา

Ivory Coast Almond นอกจากเป็นร้านอาหารและคาเฟ่ที่ถ่ายรูปสวยแล้ว แต่ละเมนูยังมีความน่าสนใจด้วยการฟิวชั่นเล่นกับวัตถุดิบของไทย จนออกมาเป็นเมนูที่แสดงความเป็นเอกลักษณ์ของร้าน

ใครชอบมื้ออาหารที่ได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ แนะนำเลยครับ


ข้อมูลเพิ่มเติม