รสดีเด็ด The Steakhouse ร้านสเต๊กเฮาส์เปิดใหม่ย่านพระรามสี่ที่เชื่อว่าหลายคนน่าจะคุ้นเคยกับชื่อแบรนด์ รสดีเด็ด กันมาบ้าง ซึ่งก็น่าจะเดากันไม่ยากว่านี่ก็คือร้านเนื้อเจ้าเดียวกันกับร้านก๋วยเตี๋ยวและปิ้งย่างรสดีเด็ดของเฮียนพชื่อดังนั่นเอง

สำหรับ รสดีเด็ด by เฮียนพ เป็นร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยของเนื้อมาอย่างยาวนาน เจ้าของสูตรการลวกเนื้อที่เรียกกันว่า “อาบน้ำเนื้อ” ที่ทำให้ได้เนื้อลวกออกมาเทพที่สุด การมาของ Steakhouse ครั้งนี้จึงเป็นที่จับตามองของคนทานเนื้ออย่างแรง

ร้านนี้อยู่ย่านพระรามสี่ แถวสะพานเหลือง ห่างจาก MRT หัวลำโพงประมาณ 600 เมตร อยู่ใกล้กับร้านก๋วยเตี๋ยวและร้านปิ้งย่างรสดีเด็ดเจ้าเดิม ป้ายสีแดงสดชัดเจน หาไม่ยากครับ

 

ภายในร้านจะมีสองชั้นครับ โต๊ะเค้าจะมีทั้งแบบโซฟาและเก้าอี้ เลือกนั่งตามสะดวก ด้านในเป็นครัวเปิด เราจะมองเห็นพ่อครัวกำลังย่างสเต๊กจากกระจกใส ใครที่ชอบดูขั้นตอนการทำอาหารก็นั่งแถวๆ ครัวได้ครับ เพลินๆ

Caesar Salad (220 บาท)

เปิดด้วยเมนูสลัดก่อนเลยครับ ผักสดกรอบอร่อยดี น้ำสลัดมาแบบฉ่ำๆ แต่รสและกลิ่นเข้มกำลังดี ไม่ถึงกับจัดมาก กำลังกลมกล่อม

Champignon Soup with Truffle oil (180 บาท)

ซุปเห็ดแชมปิยองครับ ตัวซุปมีความครีมมี่พอสมควร ในซุปมีเนื้อเห็ดเยอะเรียกว่าตักแล้วเจอทุกคำ ได้กลิ่นหอมของทรัฟเฟิลจากน้ำมันทรัฟเฟิลชัดเจนแต่ก็ไม่ถึงกับเข้มมาก มีกลิ่นหอมและรสเผ็ดนิดๆ จากพริกไทย โดยรวมแล้วใช้ได้เลยครับ ชอบ

Spaghetti with Dried Chilli & Bacon (220 บาท)

เมนูนี้เส้นอร่อยดีครับ รสชาติเผ็ดจัดถูกใจผมเลยนะ แต่วันที่ผมไปเจอน้ำมันเคลือบเส้นเยอะจนเกือบชุ่ม อันนี้ผมแอบบอกเค้าไปละ คือ รสชาติได้เส้นได้แล้วนะ ถ้าแก้ตรงนี้ได้คือฟินเลย

เห็นพริกชี้ฟ้าในภาพไหมครับบบ 🙂

Buffalo Wings (180 บาท)

ไก่ทอดชุ่มซอส ตัวไก่อร่อยดีครับ แม้ซอสจะชุ่มก็ยังมีความกรอบอยู่ มาพร้อมกับดิป Blue Cheese รสเข้ม แต่กลิ่นไม่ถึงกับแรงมากนัก ทานง่ายอยู่ครับ เพลินๆ

French Fries (80 บาท)

เมนูนี้อร่อยเกินคาดครับ กรอบนอกนุ่มใน โรยด้วยพริกปาปริก้าหอมๆ ด้านบน ที่ผมชอบสุดคือซอสนี่แหละครับ ทีเด็ดเลย

 

ตรงนี้เป็นครัวเปิดที่ว่าครับ รอบด้านจะเป็นกระจก ระหว่างที่เราสั่งสเต๊กก็ไปแอบมองเพิ่มระดับน้ำย่อยกันได้

Ribeye Steak 30 Days Dry Aged (190 บาท/100 กรัม)

ร้านนี้เค้าจะเสิร์ฟเนื้อมาบนเตาในจานสแตนเลสที่ให้จะความร้อนเบาๆ เพื่อที่จะได้ทานเนื้อแบบอุ่นๆ อยู่ตลอด

เมนูนี้เป็นเนื้อริบอายที่ผ่านการ Dry Aged หรือการบ่มเนื้อ 30 วัน กริลล์มาแบบ Meduim Rare ดูจากสีของเนื้อด้านในเรียกว่ากำลังดีมากๆ เนื้อมีความนุ่มตามสไตล์ริบอาย มีความจุ๊ยซี่ และรสชาติเนื้ออร่อยเลยนะ

เราจะได้กลิ่นหอมและรสชาติของเนื้อที่ผ่านการ Dry Aged มา ซึ่งรสจะเข้มขึ้นจนพอสังเกตได้เลยสำหรับ 30 วัน คุณภาพจานนี้เทียบกับราคาถือว่าโอเคเลยนะครับ

 

มาดูทางด้านซอสกันบ้างครับ ของที่นี่เค้าจะมีซอส 4 รสชาติตามนี้

  • ซอสไวน์แดง : กลิ่นหอมไวน์แดงชัดเจน และรสชาติจะค่อนข้างเข้มข้น
  • ซอสแจ่ว : ซอสนี้รสจัดโดดเลยครับ ทั้งเผ็ดและเข้ม มันก็อร่อยนะ แต่ผมว่าซอสแจ่วนี่ไม่ค่อยเหมาะกับเนื้อประมาณ Rib Eye เท่าไหร่
  • ซอสพริกไทย : ​อันนี้หอมพริกไทยชัดเจนดี รสชาติจะค่อนไปทางเข้ม
  • ซอสเห็ดหอม : ตัวนี้รสจะไม่เข้มมาก มีความหอมเบาๆ กำลังละมุนๆ ถ้าสำหรับทานกับเนื้อ ผมชอบตัวนี้มากที่สุดครับ แนะนำๆ

 

แน่นอนว่าเค้ามีเกลือให้ด้วย เป็นเกลือหิมาลายันสีชมพู และพริกไทยดำ ส่วนตัวผมเองทานคู่กับเกลือก็ถือว่าจบแล้วครับ

Tomahawk 30 Days Dry Aged (190 บาท/100 กรัม)

ขวานโทมาฮอว์คติดกระดูก ในภาพด้านล่างรวมกระดูกน้ำหนักประมาณเกือบๆ 1 กิโลกรัม ผ่านการบ่ม 30 วัน ซึ่งราคานี้ถือว่าดีงามมากๆ เลยนะ

ย่างแบบ Medium Rare กำลังสวย มีความจุ๊ยซี่ดี กลิ่นหอมและรสชาติค่อนข้างจัดใช้ได้เลยครับ เฮียนพเค้าบอกว่าที่มันจัดขนาดนี้เพราะเป็นส่วนที่มีไขมันและกระดูกติดอยู่ ทำให้รสชาติจากการบ่มออกมาชัดเจนมาก นุ่มไม่เท่าริบอาย แต่รสชาติเนื้อผมว่าดีกว่า อันนี้แล้วแต่ว่าคนทานจะชอบส่วนไหน

Ribeye Steak 90 Days Dry Aged (190 บาท/100 กรัม)

เฮียนพนำเนื้อริบอายบ่ม 90 วันมาให้ลองชิมครับ นุ่มมากกกกก ความนุ่มเป็นจุดเด่นของริบอายอยู่แล้ว ซึ่งบวกกับการบ่มทำให้ได้รสและกลิ่นจัดขึ้นมาอีก เรียกว่าได้ทั้งความนุ่ม รสชาติ และกลิ่นหอม แต่รสก็ยังจัดไม่เท่ากับโทมาฮอว์คบ่ม 30 วันนะ

ความดีงามของที่นี่คือ Dry Aged 30 วัน และ 90 วัน ราคาเท่ากัน ซึ่งการบ่มนั้นยิ่งนานน้ำหนักของเนื้อยิ่งหาย โดยปกติแล้วยิ่งนานจะยิ่งแพง เรียกว่าร้านนี้ใจดีมากๆ ครับ

Thai-Wagyu Ribeye Steak (520 บาท/100 กรัม)

ปิดท้ายเมนูสเต๊กด้วยเนื้อมันแทรกที่คนไทยหลายๆ คนน่าจะชอบ เป็นวัวโคราชวากิว คือเป็นวัวขนดำนำมาผสมกับแม่พันธุ์ในไทยเพื่อปรับสายพันธุ์ให้เลี้ยงในไทยได้ดี ตอนผมไปเดินห้างที่โคราชเค้าพรีเซนต์วัวจากฟาร์มนี้กันมาก แต่เพิ่งมีโอกาสได้ลองที่รสดีเด็ด

ร้านเค้านำเนื้อมาโชว์ก่อนย่าง ดูลายมันตามภาพด้านล่างเลยครับ เนื้อตัวนี้แน่นอนว่านุ่มมากกกกก ฉ่ำมากกกกก มีความละลาย สำหรับใครที่ชอบเนื้อวัวแบบลายมันแทรกเยอะๆ ก็จัดไปครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน

กะเพราเนื้อวากิว + ไข่ดาว (350 บาท)

กะเพราเนื้อส่วนน่องลายหั่นเป็นชิ้นเล็ก ตัวกะเพรารสจัดกำลังดี ถึงเครื่องใช้ได้ ใบกะเพราหอมมาก เค้าน่าจะผัดกับพวกพริกกระเทียมตั้งแต่เริ่มเลย กลิ่นหอมมาก แต่ข้อเสียคือใบกะเพราจะสุกไปหน่อย ด้านบนจะมีใบกะเพราทอดกรอบท็อปมาอีกที เสิร์ฟพร้อมคู่กับไข่ดาวแบบยางมะตูม

ก็ถือว่าเป็นเมนูกะเพราที่อร่อยดี ใครชอบกะเพราแนะนำให้ลองสั่งครับ

สรุปรีวิว รสดีเด็ด The Steakhouse

  • เนื้อหลักๆ ของร้านคือเนื้อไทย Dry Aged โดยเนื้อที่ร้านจะมี Selection ค่อนข้างหลากหลาย แล้วแต่ว่าชอบแบบไหน อาจจะมีบางอย่างนอกเมนู ลองสอบถามก่อนได้จ้า
  • ราคาเทียบกับคุณภาพถือว่าเลิศมากกกก เนื้อคุณภาพดี ตกราคาคนละประมาณ 600-700 บาท แบบอิ่มๆ
  • เมนูอื่นๆ นอกจากเนื้อก็ทำได้ดีครับ โดยเฉพาะเฟรนช์ฟรายส์ผมชอบมาก
  • ร้านเพิ่งเปิดไม่นาน คาดว่าหลังจากนี้จะมีเมนูใหม่ๆ ออกมาแน่นอนตามสไตล์เฮียนพ
  • ชื่อของร้านเฮียนพรสดีเด็ด ไม่ทำให้ผิดหวังเช่นเคยครับ 🙂

ข้อมูลเพิ่มเติม

Comments

comments