ครั้งนี้เป็นรีวิวร้าน Sushi Kanda (ซูชิ คันดะ) ร้านอาหารญี่ปุ่นพรีเมี่ยมที่ย่านทองหล่ออันมีชื่อเสียง ครั้งนี้จัดคอร์ส Omakase ราคา 5,300 บาท เรียกว่าเป็นครั้งแรกของผมสำหรับคอร์สราคาระดับนี้ ซึ่งจะนำมาเหลาให้ฟังกันจ้าา

Omakase หรือคอร์สซูชิแบบ “ตามใจเชฟ” เรารู้เพียงแต่ว่าจะมีเมนูประเภทไหนมาเสิร์ฟบ้าง แต่จะไม่รู้ว่ามีเมนูอะไรบ้าง ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่เข้ามาในแต่ละวัน และเชฟจะจัดอะไรมาให้เรา

การที่เราไม่รู้ว่าจะได้ทานอะไรก็ถือว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการทานแบบ Omakase รวมไปถึงได้นั่งดูลีลาการทำอาหารและพูดคุยกับเชฟด้วย

แต่เดี๋ยวจะยาว เอาเป็นว่าใครสนใจ Omakase พร้อมแนะนำร้านที่น่าสนใจ ลองอ่านได้ที่ >> 5 อันดับสุดยอดคอร์สซูชิ “ตามใจเชฟ” (Omakase) ที่คุณควรไปลองสักครั้ง

 

Sushi Kanda เองก็เป็นร้านซูชิที่มีชื่อเสียงไม่น้อยในบ้านเรา เนื่องจากเจ้าของร้านเป็นคนญี่ปุ่นแท้ๆ และวัตถุดิบต่างๆ นำเข้ามาจากตลาดปลา Tsukiji ประเทศญี่ปุ่นสัปดาห์ละสามครั้งเลยทีเดียว เราจึงจะได้รับประทานความสดแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ และบางครั้งก็จะมีวัตถุดิบแปลกๆ ที่หาทานยากมาเซอร์ไพรส์เราอีกด้วย

ร้านตั้งอยู่ที่ชั้นสองของ No.88 ทองหล่อซอย 5 (เป็น Community Mall) แน่นอนว่าต้องจองก่อนมาทานนะครับ

อ้อ.. ใครเป็นสมาชิกบัตร KTC ช่วงนี้ซูชิคันดะมีโปรสำหรับสมาชิก KTC ใช้คะแนนสะสม KTC Forever Rewards จำนวนเท่ากับยอดใช้จ่ายต่อใบเสร็จ สามารถแลกรับเครดิตเงินคืน 15% ได้ด้วย โดยส่ง SMS ลงทะเบียนทุกครั้งเพื่อรับสิทธิ์ภายในวันที่ใช้จ่าย โปรนี้ได้ถึง 30 เม.ย. 61 นี้จ้า

 

สำหรับการรับประทานร้านอาหารไฮโซระดับนี้ หลายคนอาจจะคิดว่าต้องแต่งตัวดูดีใส่สูททำผม เอาจริงแล้วก็ไม่ได้ขนาดนั้นครับ แค่แต่งตัวสุภาพก็พอ

ถึงแม้ร้านนี้เชฟใหญ่จะเป็นคนญี่ปุ่น แต่ก็มีเชฟท่านอื่นเป็นคนไทยด้วย ไม่ต้องห่วงว่าจะสื่อสารไม่รู้เรื่อง สามารถพูดคุยกับเชฟได้เลยครับ ไม่ต้องเกร็ง เชฟคนไทยเค้าจะคอยอธิบายเรื่องราวของวัตถุดิบ และวิธีการทานที่ถูกต้อง ส่วนเชฟญี่ปุ่นเค้าฟังพูดภาษาไทยพอได้และเป็นคนตลกมากๆ ด้วย

เอาหล่ะ… เชิญพบกับซูชิสามพ่อครัวได้เลยคร้าบบบบ

 

ด้านล่างเป็นคอร์สที่ผมมาทานนะครับ แต่จะเป็นราคาเก่า อย่างไรแล้วก่อนไปทานให้อัปเดตราคาจากแฟนเพจของร้านอีกทีครับ

เริ่มจากเชฟเค้านำวาซาบิมาขูดกันสดๆ แล้วใส่ถ้วยเลยครับ วาซาบิที่แท้ทรู

 

นี่แหละครับ คณะที่ผมนั่งที่บาร์ ก็จะชมและถ่ายภาพในขณะที่เชฟกำลังแล่ปลาอยู่ตรงหน้าผมเลย

 

Hirame หรือปลาตาเดียว เนื้อจะออกนุ่มๆ หนุบๆ ไม่ค่อยมีรสชาติเท่าไรนัก จะเพลินกับรสสัมผัสมากกว่า

 

Ootoro ส่วนท้องของปลาทูน่า ฮอนมากุโระ เป็นส่วนที่มีมันเยอะที่สุด เข้าปากไปนี่นุ่มละลายยยย รสชาติจะติดเปรี้ยวนิดหน่อยตามสไตล์ของปลาทูน่าสดๆ

 

Shima aji ปลาทูญี่ปุ่น เนื้อแน่น กรอบเด้งมาก มีรสชาติเข้มข้น

 

Torigai เป็นหอยชนิดหนึ่ง ประดับดอกบ๊วยด้านบน สัมผัสคล้ายเคี้ยวปลาหมึก หนึบๆ แต่นุ่มกว่า มีรสหวาน อันนี้จะเคี้ยวเพลินๆ ครับ

 

Hotate Isoyaki เป็นหอยเชล์ลตัวอวบ เชฟจะยื่นให้กับมือ ทานทีเดียวทั้งคำได้เลย ย่างมาออกจะแห้งนิดหน่อย โรยด้วยพริกชิจิมิ พริกเจ็ดรสของญี่ปุ่น หวานอร่อยมากครับ ชอบ

 

ทานขิงสดและขิงดองเล็กน้อยระหว่างเปลี่ยนชนิด ขิงดองทำได้ดีเลย หวาน หอม เผ็ดน้อย กรอบ เคี้ยวเพลินเลยครับ

 

Uni Sushi ไข่หอยเม่นคุณภาพดีจาก Hokkaido มาพร้อมน้ำทะเลเลยล่ะครับ

 

เค้าจะเสิร์ฟมาในช้อนแบบนี้ครับ แนะนำคำเดียวหมดเลย หวาน หอมมากกกกก สดชื่นนนนนนนน

 

Hotaru Ika หมึกหิ่งห้อยตัวเล็กเสียบไม้ย่าง เสิร์ฟมาแบบอุ่นๆ ข้างในมีไข่ รสสัมผัสข้างนอกจะกรอบ ข้างในจะนุ่ม ไม่เหนียวเลย เพลินใช้ได้

 

Kinmedai Sushi ปลากะพงแดงตาโต เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำลึก 300m เป็นปลาที่มีไขมันมาก เชฟจะเบิร์นไฟเพื่อให้ไขมันละลายออกมา กลิ่นหอมมาก เนื้อนุ่มมาก ได้รสชาติรสสัมผัสของไขมันชัดเจน เบิร์นมายิ่งหอมเลย

 

นั่งดูเชฟปั่นซูชิ คล่องแคล่วมากตามแบบมืออาชีพ

 

ดูในภาพ มือของผมไม่ได้ใหญ่นะครับ แต่ซูชิของที่นี่คำจะค่อนข้างเล็ก ทานพอดีคำกำลังดี เค้าใช้ข้าว Hoshi Hikari ฟูนุ่ม ร่วนกำลังเหมาะ ร้านซูชิส่วนใหญ่แบบญี่ปุ่นจ๋าเค้าจะป้ายวาซาบิไว้บนข้าวด้วยนะครับ ไม่ต้องจิ้ม ไม่ต้องป้ายเพิ่ม ทานได้เลย

 

Hobo Sushi ปลาเทร้าท์ญี่ปุ่น ปรุงรสเล็กน้อยด้านบนด้วยมะนาวสึดาจิและเกลือสาหร่าย เนื้อจะมีความกรอบ ได้รสชาติของมะนาวเกลือเบาๆ หอมๆ อร่อยดีนะ

 

และถ้าเราเกิดความสงสัยใคร่รู้ว่าก่อนหน้าที่มันจะมาอยู่ตรงหน้าเรานั้น หน้าตามันเป็นอย่างไร เชฟจะหยิบหนังสือสารานุกรมมาเปิดให้ดู ซึ่งเจ้า Hobo ก็หน้าตาแบบในหนังสือนั่นเอง

 

Sawara miso yaki ปลาอินทรีย์ราดซอสมิโสะย่าง เนื้อแน่นมาก ที่หนังจะมีไขมันนิดๆ พอชุ่มๆ หอมซอสมิโซะเบาๆ ไม่กลบรสชาติปลา

 

Chibinago ปลาหนังเงิน ด้านบนเป็นต้นหอมญี่ปุ่นและขิงฝน เนื้อนุ่ม เบา ละลายในปาก

 

Akami Tsuke ปลาทูน่าเนื้อแดงหมักซอสโชยุ โรยด้วยผิวของเปลือกส้มยูสุ ขูดกันสดๆ เลย เนื้อสัมผัสแน่นและกรอบขึ้นนิดหน่อย รสชาติเข้มข้น กลิ่นหอมของส้มยูสุทำให้ดีงามขึ้นมว๊ากกกกกก เค้าบอกว่าซอสที่หมักนี่เป็นซอสที่สืบทอดกันมานานกว่า 200 ปี อื้อหือ

 

Mirugai หอยงวงช้างมาแบบสดๆ แล่กันต่อหน้าเลย จะมีส่วนที่กินสด และส่วนที่เค้าจะนำไปย่างซอสโชยุครับ

 

อันนี้เป็นตับของหอยงวงช้างแช่ซอสโชยุ เด้งๆ นิ่มๆ มีกลิ่นแบบตับเลยอ่ะ

 

อันนี้ส่วนไหนไม่ทราบผมจำไม่ได้หล่ะ ทำเป็นซูชิ สัมผัสกรึบๆ กรุบๆ เคี้ยวเพลิน รสออกหวานนิดๆ

 

แบบย่างครับ หอมซอส ข้างนอกจะออกกรุบๆ ส่วนข้างในนุ่มๆ หนึบๆ

 

Chotoro เชฟบอกว่าชิ้นที่แล่มานี้จะอยู่ระหว่าง Chutoro และ Otoro เรียกว่ามีไขมันกำลังดี นุ่มๆ มีเท็กเจอร์ให้เคี้ยวเล็กน้อย ชอบๆๆ

 

Madai ปลากะพงแดง ด้านล่างเป็นเนื้อตัวปลา เนื้อจะมีความกรอบนิดๆ และด้านบนคือส่วนท้อง จะมีความนุ่มและได้รสของไขมันปลา

 

ชามนี้เป็นด้งชามเล็กๆ ประกอบไปด้วยปลาทูน่าสามส่วนสับ, Uni และ Ikura  เป็นชามที่สวยงามมากๆ เลยครับ เสิร์ฟพร้อมซุปมิโซะ

 

ไข่หวานครับ นุ่มลื่นดี สุกเท่ากันทั้งชิ้น อร่อยดีนะ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับเซอร์ไพรส์อะไร

 

อันนี้คือเพื่อนสาวผมที่ไปด้วยกันไปเจ๊าะแจ๊ะกับเชฟ แถมชมว่าเชฟหล่อ เชฟบ้ายอจัดมากิมาให้คนละคำ ฮ่าๆๆๆ เชฟน่ารักดีนะครับ

 

Tiramisu Tofu ของหวานปิดท้ายครับ เป็นเต้าหู้เท็กเจอร์จะคล้ายๆ มูส โรยด้วยผงช็อคโกแลต นุ่มมมม เบา หอมๆ เมนูนี้ชอบกันทุกคนเลย ฟินนนนนน

สรุปรีวิว Sushi Kanda Omakase

  • เป็น Omakase ที่บรรยากาศอบอุ่นมาก มีความกันเอง เชฟที่เป็นคนไทยเค้าขยันอธิบายทั้งวัตถุดิบ และวิธีการทาน ไม่ต้องกลัวทานไม่เป็นหรือเขินอายเลยครับ
  • คุณภาพและรสชาติเรียกว่าดีงาม ปลาสด และมีอะไรแปลกๆ ให้ได้ลอง ซูชิแต่ละคำเป๊ะมาก ผมชอบข้าวของที่นี่นะ รสชาติจะไม่เปรี้ยวมาก มีติดหวานนิดหน่อย ขนาดเม็ด และความร่วนกำลังดี
  • ราคาถือว่าไม่ใช่น้อยๆ แต่ที่ทานไปก็เป็นวัตถุดิบที่บินมาจาก Tsukiji แบบสดๆ ทำโดยเชฟคนญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์ นานๆ ทานทีเป็นมื้อพิเศษก็ดีทีเดียว
  • แนะนำว่าให้ดูข้อมูลในแฟนเพจก่อนไปทาน และอย่าลืมจองด้วยนะคร้าบบบบบ

ข้อมูลเพิ่มเติม

Comments

comments