Nikuyama BKK ร้านเนื้อย่างญี่ปุ่นแบบ Omakase แห่งแรกในเมืองไทย มีสาขาแม่อยู่ที่ญี่ปุ่น มีชื่อเสียงโด่งดั่งมากจนขนาดที่ในญี่ปุ่นเองยังต้องจองข้ามหลายเดือนเลยทีเดียว

ร้านที่เมืองไทยตั้งอยู่ที่ Rain Hill สุขุมวิท อยู่ระหว่าง BTS พร้อมพงษ์และทองหล่อ  ซึ่งแน่นอนว่าเมนูหลักของร้านเค้าต้องเป็นเนื้อที่ไม่ธรรมดา ในเมืองไทยยังจองไม่ยากเท่าไหร่ ใครสนใจลองดูได้ครับ

ร้านนี้ผมเคยไปรีวิวมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งผ่านมาหนึ่งปีมีการอัปเดตคอร์สพอสมควรเลย เดี๋ยวมาดูกัน อันนี้รีวิวเดิม >> [Review] Nikuyama BKK ร้านเนื้อย่างญี่ปุ่นแบบ Omakase คอร์สละ 2,400++

 

เวลาเปิดร้านจะมีสองรอบ ก่อนมาต้องจองนะครับ

  • 17.00 น. – 19:30 น.
  • 20.00 น. – 22:30 น.

 

และนี่คือเนื้อที่เราได้จานทานกันในวันนี้ครับ เค้าจัดมาให้เราถ่ายรูปกันสวยๆ ก่อน

 

ด้านในจะพบกับที่นั่งเป็นเคาน์เตอร์บาร์ประมาณ 10 ที่ พื้นที่โดยรวมไม่ใหญ่มาก ในขณะที่ทานเราจะเพลิดเพลินไปกับลีลาของเชฟคนญี่ปุ่น ที่เค้าจะย่างเนื้อ หั่นเนื้อ ก็สามารถถ่ายรูปได้ครับ

 

 

เชฟเค้าจะเตรียมวัตถุดิบไว้ล่วงหน้า ขั้นตอนการปรุงจะต้องทำตามเวลาเป๊ะๆ ดังนั้นถ้าจองแล้วต้องมาให้ตรงเวลานะครับ

 

เบิร์น เบบี้ เบิร์น ^0^

โอโทชิ ผักเคียงทานเล่น

พอมานั่งโต๊ะปุ๊ป เค้าจะเสิร์ฟเครื่องเคียงมาให้เราครับ เอาไว้ทานเล่นๆ ระหว่างรอแต่ละคอร์สได้ เป็นผักสดต่างๆ พร้อมกับซอสมิโสะที่อร่อยมากกก

เนื้อสามชนิด

เมนูออเดิร์ฟจิ๋วสามเมนู ทานเรียกน้ำย่อย

ด้านซ้ายสุดเป็นเนื้อทาทาร์ เนื้อดิบคลุกซอสนุ่มๆ เพลินๆ ตรงกลางเป็นแฮมสดพร้อมกับครีมชีสและสับปะรด และขวามือเป็นประมาณเนื้อหยอง เนื้อเส้นที่นำไปต้มปรุงรสออกหวานๆ

ซูชิเนื้อวากิว

เห็นเชฟเค้ากำลังเบิร์นซูชิ รีบหยิบกล้องไปถ่ายเลยครับ อันนี้คือเมนูถัดไป

 

เป็นซูชิเนื้อที่ถูกเบิร์นด้านบนจนเกรียม ได้กลิ่นหอมของไขมันและน้ำจากเนื้อที่ออกมาตอนโดนเบิร์น และด้านขวาเป็นยุเกะ เนื้อดิบคลุกซอสเบิร์นผิวนิดหน่อย ทานพร้อมขาวญี่ปุ่นและสาหร่าย

วากิวฮารามิ

เนื้อฮารามิ หรือเนื้อส่วนท้อง อันนี้เค้าห่อฟลอยด์ตอนย่างด้วย เหมือนว่าจะช่วยรักษาน้ำในเนื้อเอาไว้ กัดเข้าไปคือน้ำของเนื้อฉ่ำมากกกกก มีมันนิดหน่อย เนื้อหนุ่มมาก กลิ่นเนื้อชัดมาก อร่อยครับ

คาตะ (เนื้อหมูส่วนไหล่) กินกับยูซึโคะโช

เนื้อหมูสีขาวอมชมพู หั่นเล็กๆ มา 3 ชิ้น เป็นเนื้อหมูที่ได้ความสุกระดับกำลังดีมากกก เนื้อนุ่มฉ่ำ ไม่กระด้าง นุ่มจนแทบไม่อยากเชื่อเลยว่านี่คือเนื้อหมู

เนื้อวากิวเขาสั้น ส่วนคาเมะโนะโกะ (สะโพกส่วนใน)

 

กัดเข้าไป เนื้อเด้ง มีมันแทรกเล็กน้อย เนื้อฉ่ำมากกกกกก น่าจะเป็นวิธีการ cook ที่เค้าทำให้น้ำในเนื้อยังอยู่เป็นจำนวนมาก สังเกตจากผิวด้านนอกที่เป็นสีน้ำตาลเกือบสุก ซึ่งบางมากกกก เป็นส่วนที่ช่วยเก็บน้ำเนื้อเอาไว้ ในขณะที่ด้านในยังฉ่ำเต็มที่

โซบะเส้นบุก วากิวซาบุตง (เนื้อส่วนไหล่)

เดินมาถึงครึ่งทางแล้วครับสำหรับมื้อนี้ และเมนูนี้คือคอนยัคกุโซบะ เป็นเส้นโซบะที่ทำมาจากคอนยัคกุ ตรงกลางเป็นหัวไชเท้าต้ม ปิดทับด้วยเนื้อ ท็อปด้วยต้นหอมซอยและขิง

ซุปมีความหอมมะนาวจางๆ รสชาติไม่เข้มมาก เป็นเมนูที่เรียกความสดชื่นได้ดีมากๆ เหมือนได้พักระหว่างมื้อเลย

ผักย่างสไตล์ Nikuyama

เห็ดออรินจิในตำนาน ที่ผ่านการนึ่ง 1 ชั่วโมงแบบเป๊ะๆ เมนูนี้ผมชอบมากกกก และดีใจที่ยังมีอยู่ในคอร์ส

 

เป็นเห็ดที่นุ่ม กรึบ และฉ่ำมาก เท็กเจอร์ดี มีรสหวานเบาๆ และเค็มทิ้งท้ายเบาๆ จากเกลือ มาพร้อมกับข้าวโพดอ่อนที่กรอบและหอมโดดเด่น

วากิวสับเมนจิคัตสึ ครีมซอส

เนื้อคุโรเกะวากิวชิ้นเล็กๆ ปั้นเป็นก้อน ชุบเกล็ดขนมปังบางๆ กรอบๆ เค้าทอดมาดีเลย ข้างในร้อนมากให้ระวัง เนื้อข้างในมีความนุ่มและจุ๊ยซี่มาก ทานกับครีมซอสรสเบาๆ เน้นกลิ่นหอม

วากิวขนแดง ส่วนชินชิน (สะโพกส่วนใน) เกลือทรัฟเฟิล

เนื้อจานนี้เป็นวัวพันธุ์ขนแดงจากเมืองคุมาโมโตะ เป็นส่วนขาหลังด้านในซึ่งมีน้อยมากในวัวหนึ่งตัว ทานกับเกลือทรัฟเฟิล

 

เนื้อจานนี้เน้นกลิ่นหอมและรสชาติจากน้ำของเนื้อ ยิ่งเคี้ยวน้ำยิ่งถูกคั้นออกมายิ่งทำให้มีกลิ่นหอมและรสชาติที่ดี แต่เท็กเจอร์ของเนื้อยังมีความนุ่มอยู่ ไม่เหนียวไม่แข็งเลยสักนิดเดียว อันนี้อึ้งมาก

ส่วนเกลือทรัฟเฟิลมีกลิ่นทรัฟเฟิลน้อยมากๆ เค้าบอกว่าเลือกเกลือชนิดนี้เพราะอยากให้กลิ่นอ่อนๆ ไม่แย่งซีนกลิ่นจากเนื้อจนเกินไป

เนื้อส่วนโมโมะ(ต้นขา) และฟัวกราส์

เนื้อโมโมะส่วนใน เน้นรสชาติและความหอมจากน้ำในเนื้อเมนูด้านบน ใช้เวลาเคี้ยวนาน แต่เพลิน ยิ่งเคี้ยวยิ่งอร่อย

เสิร์ฟมาพร้อมกับฟัวกราส์ชิ้นพอดีคำ กริลล์ผิวด้านนอกจนเกือบสุกแต่ด้านในก็กำลังโอเค ฟัวกราส์รสชาติถือว่าทั่วไป

ข้าวน้ำชา / ข้าวแกงกะหรี่

เมนูข้าวปิดท้ายของคาว โดยเค้าจะมีให้เลือกเป็นแกงกะหรี่เนื้อหรือ Ochazuke (ข้าวราดน้ำซุป) คราวนี้ผมเลือกเป็นแกงกะหรี่บ้าง

ตัวแกงกะหรี่เข้มข้นดีเลยครับ แกงหอม แต่รสชาติไม่เผ็ดมาก เป็นเมนูปิดท้ายที่เรียกว่าแน่นและเข้มข้นพอสมควร

ผมแนะนำอย่างนี้ ถ้าใครอิ่มจากเมนูทั้งหมดมาแล้ว แนะนำให้เลือกเป็น Ochazuke ซดร้อนๆ เบาๆ แต่ถ้าใครยังไม่อิ่มแนะนำเป็นข้าวแกงกะหรี่แบบจบๆ แน่นๆ ไปเลย

ไอศครีมชาเขียว

ปิดท้ายด้วยของหวานเป็นไอศกรีมชาเขียว อร่อยดีครับ รสเข้มดี แต่ถ้าเทียบกับเมนูเนื้อที่ผ่านมาก็ถือว่าไม่ได้โดดเด่นอะไร

สรุปรีวิว Nikuyama BKK ร้านเนื้อแบบ Omakase

  • เนื้อของที่นี่เค้าเน้นความเจ๋งของเนื้อแดง เค้าใช้วิธีปรุงที่เก็บน้ำของเนื้อแดงเอาไว้ได้เยอะมาก เลือกส่วนของวัวที่ใช้เวลาเคี้ยวนาน แต่ยิ่งเคี้ยวก็ยิ่งได้รสชาติออกมาจากน้ำของเนื้อ ซึ่งเนื้อก็ไม่ได้แข็งด้วยนะ มีความนุ่มและเคี้ยวสนุกมาก
  • บรรยากาศสบายๆ เป็นกันเอง เชฟมีทั้งเชฟญี่ปุ่นและคนไทย สามารถพูดคุยสอบถามข้อมูลหรือถ่ายรูปอาหารได้ เชฟยินดีมาก
  • เป็น Omakase เนื้อที่จบคอร์สแล้วอิ่มมากกกกกกกก
  • ราคา 2,400++ ไม่รวมเครื่องดื่ม ก็ถือว่าไม่ได้ถูก แต่เป็นร้านที่คนชอบเนื้อยังไงก็ควรมาโดนสักครั้ง เพราะร้านนี้ก็เป็นเบอร์ต้นๆ ของญี่ปุ่นเลย ที่นู่นเค้าต้องจองคิวยาวๆ กันหลายเดือน

ข้อมูลเพิ่มเติม

Comments

comments