Nikuyama BKK เป็นร้านเนื้อ Omakase แห่งแรกของเมืองไทย เป็นร้านที่มีชื่อเสียงโด่งดังในญี่ปุ่นขนาดที่ว่าต้องจองคิวกันหลายเดือนเลยทีเดียว ขนาดตอนที่มาเปิดเมืองไทยช่วงแรกก็จองได้ยากเหลือเกิน เพราะคนญี่ปุ่นที่อยู่เมืองไทยเค้าทราบข่าวก็มาลุยกัน

ร้านเค้าอยู่ที่ Rainhill ชั้น 1 ระหว่าง BTS พร้อมพงษ์และทองหล่อ พอเข้ามาแล้วให้เดินทะลุด้านหลังร้าน Wine Connection เข้ามา จะพบกับประตูไม้บานใหญ่ที่มีตัวเลข 29 ติดอยู่ที่ประตู อาจจะหายากหน่อยๆ เพราะทางเข้าจะไม่โดดเด่นนัก

 

แน่นอนว่าร้านนี้ต้องจองเข้ามาก่อน จะมีเปิดสองรอบต่อวันดังนี้

  • 17.00 น. – 19:30 น.
  • 20.00 น. – 22:30 น.

เข้ามาด้านในจะพบกับที่นั่งเป็นเคาน์เตอร์บาร์ประมาณ 10 ที่ พื้นที่โดยรวมไม่ใหญ่มาก ทุกคนที่มาทานจะได้นั่งดูเชฟปรุงอาหารเพลินๆ และที่เห็นเดินถ่ายรูปอยู่นั่นคือคุณพีท กินกับพีท เที่ยวกับผม นั่นเอง ^0^

 

ที่ผนังด้านหนึ่งของร้านจะมีโปสเตอร์ประดับอยู่ พร้อมกับลายเซ็นของคนมีชื่อเสียงที่เข้ามาทานในร้านนี้ เค้าบอกว่าร้านที่ญี่ปุ่นนี่เซ็นกันเต็มร้านแทบจะไม่มีพื้นที่ว่างเลยทีเดียว

 

สำหรับ Omakase ตอนนี้เค้าจะมีราคาเดียวคือ 2,400 บาท ที่เหลือคือเมนูเครื่องดื่มทั้งหมดครับ

 

พอนั่งปุ๊ป พนักงานเค้าจะเสิร์ฟเครื่องเคียงและซอสต่างๆ สำหรับมะเขือเทศและกิมจิสามารถทานเล่นได้ มะเขือเทศหวานฉ่ำมากครับ สำหรับซอสเชฟเค้าจะแจ้งว่าตัวไหนทานกับอะไรในระหว่างคอร์สครับ

 

เชฟท่านนี้ชื่อว่าชุนซังเป็นคนญี่ปุ่น อันนี้เค้านำเนื้อวันนี้ที่เราจะทานมาให้ถ่ายรูปเล่นกัน สังเกตว่าจะเป็นเนื้อแดงที่ไม่ได้มีลายมันจัดมาก เดี๋ยวมาดูกันต่อครับว่าเค้าจะพรีเซนต์เนื้อพวกนี้อย่างไรบ้าง

 

การที่เรานั่งที่บาร์ทำให้เราสามารถรับชมเชฟปรุงอาหารด้านหน้าเราเลยครับ หลักๆ แล้วเค้าจะใช้เตาอันนี้ในการย่างเนื้อ ซึ่งเค้าจะมีกระจกกั้นและเครื่องดูดควันอยู่นะครับ ไม่ต้องกลัวหัวเหม็น

ก่อนเริ่มคอร์สเชฟเค้าก็จะห่อฟอยล์ย่างหลายๆ อย่างเตรียมไว้โดยการใช้เตาถ่านย่างเนื้อแบบ slow cook เชฟบอกว่าเค้าใช้ประสบการณ์ในการดูเนื้อว่าสุกได้ที่หรือยังจากน้ำหนักของเนื้อ เทกเจอร์ของเนื้อตอนคีบ อะไรประมาณนี้ครับ

Yukke

เปิดด้วยเมนูยุกเกะหรือเนื้อดิบก่อนเลยครับ เค้าจะหั่นเนื้อลักษณะเป็นเส้นๆ เบิร์นผิวให้สุกเพียงส่วนหนึ่ง ปรุงรสและคลุกกับน้ำมันงา โรยด้วยต้นหอม พร้อมป้ายวาซาบิมาในจาน

ต้องบอกก่อนว่าส่วนตัวผมชอบทานยุกเกะอยู่แล้วครับ ซึ่งร้านนี้เองก็ทำได้ไม่ผิดหวัง เนื้อนุ่มกำลังดี มีเทกเจอร์ให้เคี้ยวเพลินๆ ปรุงรสชาติมาไม่จัดมาก หอมน้ำมันงา ทานกับวาซาบิเข้ากันดีเลย อันนี้ชอบครับ

Organic Herb Pork

เนื้อหมูออแกนิคย่างด้วยไฟอ่อน สุกแบบประมาณ Medium เป็นสีชมพูอ่อนๆ เนื้อจะมีความนุ่มมากกกก ฉ่ำ และไม่เหนียวเลย มีรสหวานเบาๆ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เรียกว่ายากที่จะได้ทานเนื้อหมูที่มีเทกเจอร์ลักษณะนี้นะครับ

 

อันนี้เค้าบอกว่าให้ทานคู่กับมัสตาร์ดครับ จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของมัสตาร์ด ไม่จัดมากนะ มีเป็นเม็ดๆ ให้เคี้ยวด้วย พอกัดลงไปก็จะได้กลิ่นหอมเพิ่มเข้ามาในปาก

Mushi Eringi

เมนูนี้คือเห็ดออรินจิที่ผ่านการนึ่ง 1 ชั่วโมง เป็นเมนูที่หลายต่อหลายท่านบอกว่าเทพมาก เดี๋ยวจะมาดูกันว่าสมคำร่ำลือหรือไม่ แอบถ่ายตอนเชฟเค้าโรยเกลือสวยๆ

 

ขอบอกเลยว่าเป็นเห็ดออรินจิที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา ผมชอบมาก เมนูนี้แสงออกปากเลยครับ เทกเจอร์ดีมากกกก มีความกรอบแบบเห็ดกรึบๆ และมีความนุ่ม เนื้อฉ่ำ มีกลิ่นหอมของเห็ดเต็มปาก รสหวานเบาๆ และมีรสเค็มแปล๊บๆ จากเกลือ อร่อยม๊ากกกกกกกกกกกก

ผมแอบถามเชฟว่าพวกผักนี่นำเข้าหรือเปล่า? ซึ่งได้ความว่าผักทั้งหมดที่เราทานเป็นผักในไทยไม่ได้นำเข้า เพียงแต่ต้องปรุงให้ถูกวิธีและความอร่อยจะออกมา… โอ้ววววว

Sushi Wagyu

เมนูต่อมา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นราเม็น… เอ้ยๆ ซูชินะครับบบบบ

 

เป็นซูชิวากิว เนื้อที่เค้าใช้เป็นส่วน Chuck ก็ประมาณช่วงไหล่นั่นแหละ จากวัวพันธุ์ Kuroke นำมาเผาไฟเล็กน้อยพอให้กลิ่นหอมและน้ำในเนื้อซึมออกมา พร้อมกับราดซอส

 

ส่วนของเนื้อนั้นจะออกแน่น เด้ง นุ่มอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ถึงกับละลาย เป็นส่วนของ Chuck จึงมีเทกเจอร์ให้เคี้ยวเพลินๆ ตัวซอสจะรสชาติออกหวาน เมนูนี้ก็ถือว่าอร่อยนะ แต่ยังไม่ถึงกับเซอร์ไพรส์เท่าไรนัก

Tan Wagyu

เมนูเนื้อวัวตุ๋นโคตรเทพ! ที่เห็นเชฟกำลังหั่นนี่คือลิ้นวัวส่วนโคน (ส่วนที่อร่อยมากของลิ้น) ผ่านการตุ๋นอย่างยาวนานกว่า 8 ชั่วโมง ราดซอสมิโซะด้านบน และเบิร์นไฟเล็กน้อยเพิ่มกลิ่นหอมจากซอส

 

และก็ค้นพบว่าจานนี้เป็นอีกหนึ่งเมนูที่เทพมากกกกก ลิ้นเปื่อยนุ่มมากกกกกกกก นุ่มจนเอาตะเกียบวางลงไปเบาๆ ก็สามารถตัดมันจนขาดได้ เทกเจอร์โคตรเทพ ไม่คิดว่านี่คือส่วนของลิ้นวัว อร่อยมากครับ

ตัวซอสมิโซะรสชาติจะออกเค็มและหวาน มีกลิ่นหอม ส่วนตัวรู้สึกว่ารสชาติของซอสนั้นมากไปหน่อย แต่โดยรวมแล้วก็ยังอร่อยมากๆ อยู่ครับ

Akage Wagyu

วัวญี่ปุ่นขนแดงที่เรียกว่าเป็นสายพันธุ์หายากระดับหนึ่งเลยของวากิว เค้าใช้ส่วนของต้นขาหลังด้านใน แต่ไม่ทราบนะว่าขาซ้ายหรือขวา หุหุ

 

บอกเลยว่าเนื้ออันนี้อร่อย แต่ความอร่อยเนี่ยไม่ใช่มาจากความนุ่มของเนื้อหรือมันแทรก บอกตรงๆ ว่าเนื้อค่อนข้างเหนียวเลย ซึ่งความอร่อยของเนื้อจะมาจากกลิ่นหอมและรสชาติ ใช้เวลาเคี้ยวนาน แต่ยิ่งเคี้ยวจะยิ่งได้รสชาติและกลิ่นเฉพาะตัวออกมาเรื่อยๆ

เรียกว่าเปิดประสบการณ์ของเนื้อส่วนต้นขาเลยครับ เพราะร้านปกติเค้าจะไม่ใช้เนื้อส่วนนี้มาย่างกันนะ มันจะเหนียว ซึ่งมันก็เหนียวแหละ แต่ flavor ของเนื้อถือว่าดีครับ

Baby Corn

ข้าวโพดอ่อนธรรมดานี่แหละครับ มีรสหวานเบาๆ ตามธรรมชาติ แต่จุดเด่นคือจะได้กลิ่นน้ำมันของเนื้อหอมขึ้นมา อันนี้เค้าน่าจะเอาน้ำมันจากเนื้อทาลงไปขณะที่ย่างนั่นเอง สังเกตที่จานจะมีน้ำมันหน่อยๆ เคี้ยวแล้วหอมในปากดี

Katsu Wagyu

เนื้อคุโรเกะวากิวหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ชุบเกล็ดขนมปังทอด แนะนำให้ใช้ตะเกียบหั่นก่อนค่อยทาน เพราะข้างในจะร้อนมากๆ

หลังจากได้กัดมันลงไป สิ่งแรกที่พบคือความกรอบของเกล็ดขนมปังทอด และเมื่อเคี้ยวจะพบกับความจุ๊ยซี่ ความฉ่ำของเนื้อ อันนี้ค่อนข้างนุ่มเลยครับ ตัวซอสมีรสเค็มนิดๆ เข้ากันดีมากๆ อร่อยเลยครับ ฉ่ำมากกกก

Tankaku Wagyu

มาถึงเมนูไฮไลท์กันแล้วครับ กับเนื้อทังคาคุวากิว หรือวัวญี่ปุ่นพันธุ์เขาสั้นนั่นเอง ซึ่งเป็นวัวสายพันธุ์ที่แรร์มากๆ เค้าบอกว่ามีสัดส่วนอยู่เพียง 2% ของวากิวทั้งหมดเท่านั้น ที่เค้าเอามาโชว์เป็นส่วนสะโพกของมันครับ

 

อันนี้เคี้ยวเพลินกว่าตัว Akage ส่วนขานะครับ จะนุ่มเด้งกว่าระดับหนึ่ง รวมไปถึงกลิ่นและรสชาติจะเข้มกว่าเล็กน้อย ยิ่งเคี้ยวน้ำจะยิ่งออกมา จะยิ่งได้กลิ่นหอมออกนมๆ และรสชาติที่จัดของเนื้อ อร่อยม๊ากกกกกกกกก ฟรุ้งฟริ้ง

Japannese Cucumber with Miso Sauce

แตงกวาเสิร์ฟมาแบบเย็นๆ จิ้มทานกับซอสมิโซะ เป็นแตงกวาที่กรอบ ฉ่ำ ที่น่าสนใจคือไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวของแตงกวา สดชื่นดีครับ สำหรับล้างปากก่อนไปเมนูถัดไป

Kuroge Wagyu

เนื้อคุโรเกะวากิว สำหรับท่านที่ทานเนื้อมาระดับหนึ่งแล้ววัวสายพันธุ์นี้ต้องผ่านลิ้นท่านมาบ้างอย่างแน่นอน เพราะเป็นเนื้อยอดนิยมที่หลายคนชื่นชอบอยู่แล้ว

 

อันนี้ทางเชฟเค้าจะนำมาหั่น โรยด้วยผง Sanchou หรือพริกไทยญี่ปุ่นที่เค้านิยมโรยข้าวหน้าปลาไหลนั่นแหละครับ เพื่อตัดความเลี่ยนและเพิ่มกลิ่นหอมอ่อนๆ ให้กับเนื้อ พร้อมกับเบิร์นไฟเล็กน้อย

กัดเข้าไปเจอน้ำในเนื้อฉ่ำในปาก เนื้อมีความนุ่มระดับหนึ่ง นุ่มสุดที่กินมาทั้งหมดนี่แหละแต่ก็ไม่ถึงกับละลาย มีกลิ่นหอมไขมัน รสชาติเนื้อเข้มนิดหน่อย แต่ก็ไม่เท่ากับตัวอื่นที่ผ่านมา เรียกว่าจุดเด่นของเนื้อหลายสิ่งยังอยู่ครบ

Ochazuke / Japanese Curry

เมนูข้าวปิดท้ายมื้อเพื่อให้อิ่มเต็มท้อง (แต่เอาจริง มาถึงตรงนี้ก็เกือบแล้ว เนื้อจัดเต็มขนาดนั้น) โดยเค้าจะมีสองเมนูให้เลือกระหว่างข้าวแกงกะหรี่เนื้อ และ Ochazuke (ข้าวราดน้ำซุป) คนละชาม ผมมากันหลายคนเลยได้ลองชิมทั้งสองเมนูเลย อิอิ

ตรงนี้ผมแนะนำว่าถ้าใครยังไม่อิ่มให้สั่งข้าวแกงกะหรี่ และใครที่อิ่มกำลังดีแล้วอยากซดน้ำซุปร้อนๆ ก็แนะนำเป็น Ochazuke ครับ

ซึ่งส่วนตัวแล้วผมปลื้ม Ochazuke ค่อนข้างมากเลย น้ำซุปหอมมาก รสชาติเบาๆ ซดร้อนๆ ปิดท้ายมื้อฟินมากครับ

สรุปรีวิว Nikuyama BKK ร้านเนื้อแบบ Omakase

  • ร้านนี้เค้าโชว์ความเจ๋งของเนื้อแดงด้วยรสชาติและกลิ่นหอมจากเนื้อ เน้นความฟินในการเคี้ยวเพื่อให้รสชาติออกมา
  • เนื้อโคตรดี แต่ดีคนละแบบกับเนื้อที่ญี่ปุ่นที่เน้นความมัน อันนี้แล้วแต่คนชอบด้วยล่ะนะ แต่ถ้าใครเคยฟินกับพวกเนื้อญี่ปุ่น A4, A5 แล้ว อยากให้มาลองความฟินจากการเคี้ยวเนื้อแดงบ้าง
  • เป็น Omakase ที่ราคาค่อนข้างสูง แต่ไม่คิดว่าจะหาความฟินจากเนื้อแดงแบบนี้ได้จากที่อื่น ถ้าเทียบกับการที่ไม่ต้องจองคิว 3-4 เดือนไปกิน Nikuyama ที่ญี่ปุ่นก็ถือว่าคุ้มล่ะนะ
  • เมนูที่โคตรประทับใจ : Yukke, Mushi Eringi, Tan Wagyu, Akage Wagyu และ Tankaku Wagyu

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • Facebook : facebook.com/nikuyama.bkk
  • Tel : 02 126 6822
  • Open : 17.00น. – 19.30น. และ 20.00น. – 22.30น. (หนึ่งวันเปิดสองรอบ)
  • พิกัด : Rain Hill ชั้น 1 สุขุมวิท 47

Comments

comments