The Speakeasy Rooftop Bar เป็นห้องอาหารชั้นดาดฟ้าของโรงแรม Hotel Muse Bangkok อยู่ในซอยหลังสวน สามารถลง BTS ชิดลมแล้วเดินเข้าซอยมาได้

คำว่า “speakeasy” ที่เป็นคอนเซปต์ของห้องอาหารแห่งนี้นั้น มาจากบรรยากาศของร้านขายเหล้าเถื่อนสมัยก่อนช่วงปี 1920-1933 ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่ห้ามจำหน่ายแอลกอฮอล์ในอเมริกา จึงมีการดื่มกันแบบหลบๆ ซ่อนๆ บรรยากาศของที่นี่จึงเป็นแบบย้อนยุคออกแนวลึกลับน่าค้นหา

ในส่วนนี้จะอยู่ที่ชั้น 24-25 ของโรงแรม ซึ่งเราจะได้เห็นวิวของกรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงพระอาทิตย์ตกไปจนถึงตอนค่ำ มองวิวได้รอบทิศทาง แจ่มเลยทีเดียว

 

ในส่วนของบาร์ชั้นที่ 24 เราก็จะได้เห็น bartender ร่ายเวทย์มนต์ลงในเครื่องดื่มอยู่ สำหรับที่นี่เค้าจะขึ้นชื่อในเมนู Cocktail และ Gin ที่หลากหลายมาก

 

ในส่วนนี้คือห้องสูบซิการ์ครับ ตกแต่งแบบย้อนยุคได้สวยงามมากๆ เป็นห้องที่แขกใช้สูบซิการ์กันจริงๆ เข้ามาจะได้กลิ่นซิการ์บางๆ อบอวลอยู่ ต้องชมว่าเค้าตกแต่งได้สวยงามจริงๆ ครับ เหมือนอยู่ในหนังฝรั่งย้อนยุคเลย (ภายในห้องจะมึดมากๆ แต่อันนี้ผมเปิดแฟลชตอนถ่ายภาพครับ)

 

ในส่วนของโต๊ะนั่ง สามารถนั่งได้ทั้งชั้น 24 และ 25 จะมีโซนระเบียง ห้องส่วนตัวที่จะออกแนวห้องลับหน่อยๆ จะบอกว่าห้องของที่นี่ตกแต่งสวยงามมากครับ สวยยันห้องน้ำอ่ะ

 

เรากำลังจะได้จิบค็อกเทลพร้อมกับชมแสงไฟยามค่ำกลางเมืองหลวงครับ ฟินแน่นอน

 

แค่เดินถ่ายวิวรอบๆ ก็เพลินแล้วครับ

 

มาถึงในส่วนของอาหารกันบ้างครับ ของที่นี่จะเป็นแนวฟิวชั่นประมาณไทย-เมกัน อาจจะเรียกได้ว่าเป็นเมนูกับแกล้มสำหรับทานพร้อมกับค็อกเทล เพราะไม่ได้เป็นเมนูสำหรับทานแบบดินเนอร์จริงจัง (แต่ถ้ากินเอาอิ่มก็ได้แหละ)

Wasabi Martini cocktail (360 บาท)

ค็อกเทลวาซาบิ เสิร์ฟพร้อมแซลมอนกริลล์ แก้วแรกก็น่าสนใจเลยครับ อันนี้เป็นเมนูค็อกเทลที่ทางร้านครีเอทขึ้นมาเอง มี Gordon’s Gin เป็นเบสหลัก นำไป infused กับชาเซนฉะ และวาซาบิ ก่อนเสิร์ฟก็จะใส่วาซาบิท็อปลงไปเล็กน้อยเพื่อให้กลิ่นวาซาบิมันขึ้นมา

จิบแล้วจะรู้สึกถึงวาซาบิชัดเจนมาก แต่ก็ไม่ถึงกับจี๊ดน้ำหูน้ำตาไหลนะครับ ทานได้เรื่อยๆ รู้สึกแปลกใหม่ดี กับการนำความเป็นญี่ปุ่นเข้ามาเล่นในเมนูค็อกเทล

 

ปลาแซลมอนเบิร์นไฟ ฉ่ำและหอมจากไขมันที่ละลายออกมา ตัวปลาจะไม่ได้ปรุงรสมาก แต้มวาซาบิเล็กน้อยแล้วทานได้เลย

 

ด้านล่างของแก้วเราจะเห็นว่ามีวาซาบินอนก้นอยู่เล็กน้อย จิบเพลินๆ คุยเพลินๆ บรรยากาศดีแบบนี้แปปเดียวหมดแก้วเหมือนกันนะ

Yam salmon (400 บาท)

เมนูนี้เรียกว่าเป็นความเพลินที่แท้ทรู เนื้อแซลมอนก็ถือว่าดีระดับมาตรฐาน ผักยำครบครันหอมแดงซอย ต้นหอม ตะไคร้ กลิ่นหอมถึงเครื่อง แต่รสชาติจะไม่ได้เผ็ดมากเท่าไร เรียกว่าเกือบจะไม่เผ็ดเลย ฝรั่งทานได้สบาย

Garlic prawns (280 บาท)

กุ้งผัดกับเนยกระเทียม กลิ่นหอมกระเทียมดีงาม เมนูนี้จะออกเค็มนำเป็นรสชาติที่ตั้งใจให้บันเทิงสำหรับทานแกล้มกับค็อกเทล กลิ่นหอมและรสชาติถือว่าเข้ากันดี อันนี้ก็ถือว่าเยี่ยมเลย

Chicken wings (280 บาท)

ปีกไก่ทอดคลุกซอส รสชาติเข้มดีครับ ความกรอบของด้านนอกดรอปลงไปเล็กน้อยเพราะซอสที่เคลือบ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับแย่อะไร เนื้อนุ่ม ฉ่ำ รสชาติไม่ได้ซับซ้อนอะไร ก็ตามมาตรฐานทั่วไป

Mini burger pulled pork (400 บาท)

มินิเบอร์เกอร์หมูที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่เป็นหนึ่งในเมนูของร้านนี้ที่ผมประทับใจเลย ตัวขนมปังจะหอมและนุ่ม ซอสรสชาติเข้มข้นเข้ากับหมู ตัดรสด้วยแตงกวาดองและมะเขือเทศ ฉ่ำทุกคำที่กัด  เอาจริงก็เหมือนจะไม่มีอะไรโดดเด่นนะ แต่ว่าเมื่อทุกอย่างมาอยู่รวมกันแล้วมันเข้ากันได้ดีโคตรๆ จนอร่อยอ่ะ

ตัวเฟรนซ์ฟรายส์ก็กรอบนอกนุ่มใน เค็มๆ เพลินๆ ดีงามตามมาตรฐาน

Bacon old fashioned cocktail (370 บาท)

อันนี้ผมรู้สึกตื่นเต้นที่สุดเลย เบคอนกับค็อกเทลเนี่ยนะ!!!

เมนูนี้เป็นการเพิ่มกิมมิคเข้าไปอีกจากเมนู old fashioned ด้วยเบคอน โดยเค้าจะนำเบคอนไปแช่กับเหล้า (เบสเหล้าคือ Gold Label) แล้วเค้าจะนำไปฟรีซ เพื่อให้ไขมันจากเบคอนและเหล้าแยกชั้นกันอย่างชัดเจน จากนั้นก็ตักไขมันออก

ตัวควันที่เค้านำมาใช้อบจะเป็นควันจากชินนาม่อนและเบคอน อ้อ.. ก่อนเสิร์ฟเค้าจะใส่เปลือกส้มด้วย เพิ่มกลิ่นหอมเบาๆ

 

เป็นเมนูที่สวยงามมากๆ ครับ ทั้งหน้าตาและเรื่องราวของมัน เมนูนี้จะค่อนข้างแรงระดับออนเดอะร็อคเลย มีกลิ่นหอมของเบคอนชัดเจน และกลิ่นส้มเบาๆ ไม่ได้มีไขมันหรือความเลี่ยนอย่างที่คิดไว้ตอนแรก

เรียกว่าเปิดโลกมากๆ เลยครับ สำหรับเมนูนี้ สนุกมาก ชอบ

Citrus Collins (350 บาท)

เป็น Gin ผสมกับผลไม้หลายชนิดที่มีรสเปรี้ยวและให้ความสดชื่นหลักๆ ก็จะเป็น มะนาว, ส้ม, เลม่อน และเกรปฟรุต ที่ด้านบนจะเห็นว่ามีสลิงหลอดฉีดยาอยู่ด้วย ข้างในจะเป็นแกรนด์มาเนีย ที่ใช้ลิเคียวส้มแบบพรีเมียม แนะนำลองให้ชิมก่อน ถ้ารู้สึกว่าเหล้าเบาไปก็สามารถใส่เพิ่มได้

รสชาติจะออกเปรี้ยวซ่า สดชื่น จากพวกผลไม้ตระกูลส้ม เหล้าไม่แรงมาก เมนูนี้จะเหมาะกับสาวๆ (แต่ผมเองก็ชอบนะ เฟรชดี)

สรุปรีวิว The Speakeasy Rooftop Bar

  • เมนูอาหารจะเป็นแนวฟิวชั่น อาหารไทยๆ จะรสชาติไม่จัดมาก ซึ่งก็เข้าใจนะว่าเป็นรสชาติที่แขกชาวต่างชาติทานได้
  • ประทับใจหลายเมนู โดยเฉพาะเบอร์เกอร์ที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่รสชาติลงตัวสุดๆ
  • เมนูค็อกเทลมีความครีเอทมาก ใครที่บันเทิงกับการลองชิมค็อกเทลนอกเหนือจากเมนูมาตรฐานจะสนุกแน่นอน
  • ราคาถือว่าเอาเรื่อง แต่ก็จะได้บรรยากาศบาร์ย้อนยุคบนดาดฟ้าใจกลางเมืองกรุง ก็ถือว่าโอเค

ข้อมูลเพิ่มเติม

Comments

comments